This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ใกล้เข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวใกล้ระดับ 98.50 ลดลงท่ามกลางนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลาง

by VT Markets
/
Apr 25, 2026

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY — ดัชนีที่วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) เริ่มแผ่วใกล้ 98.50 และอ่อนลงจากจุดสูงสุดล่าสุด แรงกดดันมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (US yields — ผลตอบแทนจากการถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) ที่ย่อตัว และแรงขายทำกำไร (profit-taking — ขายเพื่อรับกำไรหลังราคาปรับขึ้น) ก่อนสุดสัปดาห์ แม้ราคาน้ำมันจะยืนเหนือ 90 ดอลลาร์ตลอดสัปดาห์นี้ และความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย

ตลาดกำลังจัดพอร์ต (positioning — ปรับการถือครองเพื่อรับเหตุการณ์สำคัญ) รับการประชุมธนาคารกลางสัปดาห์หน้า โดยคาดอย่างกว้างขวางว่า Fed, ECB, BoJ และ BoE จะคงดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม โฟกัสจึงไปที่ถ้อยแถลงและแนวทางนโยบาย (guidance — สัญญาณที่ธนาคารกลางส่งให้ตลาดเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย/เงินเฟ้อ) โดยเฉพาะเรื่องเงินเฟ้อ

Major Fx Moves And Central Bank Focus

EUR/USD เคลื่อนไหวใกล้ 1.1710 ปรับขึ้นเล็กน้อยตามการอ่อนค่าของดอลลาร์ ขณะที่ความระมัดระวังก่อนการประชุม ECB จำกัดการปรับขึ้น GBP/USD ขยับขึ้นสู่แถว 1.3530 ตามดอลลาร์ที่อ่อนลง ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักร

USD/JPY อ่อนลงจากราว 159.40 แต่ยังทรงตัวสูงจากส่วนต่างผลตอบแทน (yield gaps — ช่องว่างผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรสองประเทศที่ดึงดูดเงินทุนไหล) และยังมีความเสี่ยงการแทรกแซงค่าเงิน (intervention — ภาครัฐเข้าซื้อ/ขายเงินเพื่อกดหรือพยุงค่าเงิน) ขณะที่ AUD/USD ขยับขึ้นสู่แถว 0.7150 ตามดอลลาร์ที่อ่อนลงและความเชื่อมั่นรับความเสี่ยง (risk sentiment — บรรยากาศการลงทุนว่ากล้ารับความเสี่ยงมากหรือน้อย) ทรงตัว

น้ำมัน WTI ลดลงสู่แถว 94.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังบวกแรงรายสัปดาห์จากความกังวลอุปทานบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz — เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) ทองคำปรับขึ้นสู่แถว 4,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากดอลลาร์ที่อ่อนลงและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical uncertainty — ความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ) แต่การปรับขึ้นถูกจำกัดด้วยผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ยังอยู่ระดับสูง

เหตุการณ์สำคัญอยู่ในช่วง 27 เม.ย. ถึง 1 พ.ค. รวมสุนทรพจน์ของ ECB และ BoE, การตัดสินใจของ BoJ, การตัดสินใจของ Fed และข้อมูลอย่าง US Core PCE (ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล “พื้นฐาน” — ตัดราคาอาหารและพลังงานออก ซึ่ง Fed ใช้ติดตามเงินเฟ้อ), GDP สหรัฐไตรมาส 1, US ISM Manufacturing PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต — ตัวชี้วัดกิจกรรมภาคโรงงาน), และ CPI ออสเตรเลีย WTI คือราคามาตรฐานน้ำมันดิบสหรัฐ; ราคาขึ้นกับอุปสงค์-อุปทาน, นโยบาย OPEC (กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน), ค่าเงินดอลลาร์ และรายงานสต็อกน้ำมันจาก API และ EIA (รายงานปริมาณน้ำมันคงคลังจากสถาบันเอกชน/หน่วยงานรัฐของสหรัฐ) โดยตัวเลขทั้งสองต่างกันไม่เกิน 1% ราว 75% ของเวลา

Key Risks Into Next Week

เมื่อ DXY เริ่มอ่อนแรงแถว 98.50 เรามองว่าเป็นการพักฐานระยะสั้นก่อนสัปดาห์ที่มีการตัดสินใจสำคัญของธนาคารกลางหลายแห่ง การย่อตัวครั้งนี้ดูเป็นแรงขายทำกำไรมากกว่าการกลับทิศเป็นขาลง เพราะข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดยังชี้ว่าเศรษฐกิจแข็งแรง เช่น รายงานการจ้างงานเดือนมี.ค. เพิ่มมากกว่า 290,000 ตำแหน่ง นักลงทุนควรมองการย่อเป็นโอกาสเตรียมรับความผันผวน (volatility — ความกว้างของการแกว่งราคา) ไม่ใช่สัญญาณยืนยันการกลับเทรนด์

การประชุม Fed คือประเด็นหลัก และกลยุทธ์อนุพันธ์ (derivative strategy — การใช้เครื่องมือที่อ้างอิงสินทรัพย์ เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) ควรยึดผลการประชุมเป็นศูนย์กลาง ตลอดปี 2025 เงินเฟ้อภาคบริการที่ดื้อ (services inflation — เงินเฟ้อจากบริการ เช่น ค่าเช่า ค่ารักษา) ทำให้โทน Fed ยัง “เหยี่ยว” (hawkish — เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) โดย Core PCE เฉลี่ยใกล้ 2.8% ในครึ่งหลังของปีนั้น จากประวัตินี้ ผู้เล่นออปชัน (options traders — ผู้ซื้อขายสัญญาออปชัน) อาจพิจารณาใช้กลยุทธ์ straddle หรือ strangle (กลยุทธ์ซื้อออปชัน “ขึ้น” และ “ลง” เพื่อหวังได้กำไรจากการแกว่งแรง ไม่ว่าทิศทางไหน) บนคู่หลักอย่าง EUR/USD เพื่อเกาะการแกว่งแรงหลังแถลงข่าว

สำหรับ USD/JPY การเทรดใกล้ 159.40 ทำให้ตลาดจับตาความเสี่ยงการแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ย้อนดูปี 2024 และ 2025 กระทรวงการคลังญี่ปุ่น (Ministry of Finance — หน่วยงานที่มีบทบาทในการดูแลค่าเงินผ่านการแทรกแซง) เคยดำเนินการหนักเมื่อเกินระดับ 155 ดังนั้นความเสี่ยงการร่วงฉับพลันจึงสูงมาก นักลงทุนที่ระมัดระวังอาจใช้จังหวะย่อเพื่อลดสถานะซื้อ (long positions — ถือฝั่งคาดว่าราคาจะขึ้น) หรือซื้อ put นอกเงิน (out-of-the-money puts — ออปชันขายที่ราคาใช้สิทธิยังห่างจากราคาตลาด มักถูกกว่า) เพื่อเป็นประกันความเสี่ยง (hedge — ลดผลกระทบหากตลาดสวนทาง) จากความเคลื่อนไหวที่คาดไม่ถึง

การฟื้นของ EUR/USD และ GBP/USD สู่ 1.1710 และ 1.3530 ดูเกิดจากดอลลาร์อ่อนมากกว่าปัจจัยพื้นฐานยุโรปที่ดีขึ้น ความต่างของเศรษฐกิจ (economic divergence — การเติบโตต่างกันชัด) ที่เห็นในปี 2025 ซึ่งสหรัฐทำได้ดีกว่ายูโรโซนยังคงอยู่ และอาจจำกัดอัพไซด์ของสกุลเงินยุโรป การประชุม ECB และ BoE คาดว่าจะคงดอกเบี้ย ดังนั้นแนวทางเรื่องเงินเฟ้อจะชี้ทิศทาง

ในสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันที่ทรงสูงเหนือ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลยังเป็นความกังวลหลัก จากความตึงเครียดรอบช่องแคบฮอร์มุซ เราเห็นว่า OPEC+ (กลุ่ม OPEC และพันธมิตร) ขยายเวลาลดกำลังการผลิตตลอดปี 2025 เพื่อพยุงราคา และวินัยฝั่งอุปทานนี้ยังเป็นปัจจัยสำคัญ ส่วนทองคำที่ขยับสู่ 4,720 ดอลลาร์ได้แรงหนุนตรงจากดอลลาร์อ่อน แต่หากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยืนแข็งหลังประชุม Fed การขึ้นของทองอาจถูกจำกัด

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code