ความคาดหวังเงินเฟ้อของผู้บริโภคสหรัฐฯ ระยะ 1 ปีอยู่ที่ 4.7% ในเดือนเมษายน ต่ำกว่าคาดการณ์ตลาดที่ 4.8%
ตัวเลขเดือนเมษายนต่ำกว่าที่คาด 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าผู้บริโภคประเมินว่าราคาในอีก 1 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย
ข้อมูลเงินเฟ้อชุดใหม่นี้บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาอาจผ่อนคลายเร็วกว่าที่ประเมินไว้ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มี “ช่องว่าง” มากขึ้นในการลดความเข้มงวดของท่าทีในการคุมเงินเฟ้อในการประชุมครั้งถัดไป (ท่าทีเข้มงวด หรือ hawkish หมายถึงมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยสูงนานเพื่อกดเงินเฟ้อ) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ความรู้สึกของตลาดเปลี่ยนไปในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน 2025 ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 1 ปีก็ลดลงมาอยู่ที่ 4.7% เช่นกัน แต่บริบทต่างกัน เพราะขณะนี้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4.5% ต่อเนื่อง 6 เดือน ข้อมูลนี้เมื่อรวมกับรายงานการจ้างงานสัปดาห์ก่อนที่เริ่มชะลอลงเล็กน้อย ยิ่งทำให้โอกาสที่เฟดอาจ “หันลำ” มาผ่อนคลายนโยบายมากขึ้นในช่วงปลายปีนี้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น (pivot หรือ “หันลำ” หมายถึงเปลี่ยนจากแนวทางเข้มงวดไปสู่การผ่อนคลาย เช่น ลดดอกเบี้ยหรือส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย)
เราจับตาการลงทุนผ่านออปชัน (options คือสัญญาที่ให้ “สิทธิ” ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่ราคาในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ) บนดัชนีหลัก เช่น S&P 500 และ Nasdaq 100 การซื้อคอลออปชัน (call option คือสิทธิในการ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย) หรือคอลสเปรด (call spread คือกลยุทธ์ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนแลกกับการจำกัดกำไร) อาจเป็นทางเลือกเพื่อเก็บโอกาสขาขึ้นหากตลาดปรับขึ้นจากข่าวนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่มักได้แรงหนุนเมื่อคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคตต่ำลง
ตลาดฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย (interest rate futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคต) น่าจะปรับรับแนวทางเฟดที่ผ่อนคลายมากขึ้นหลังรายงานนี้ เราคาดว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (yields คืออัตราผลตอบแทนของพันธบัตร) จะค่อย ๆ ลดลงตาม การถือสถานะซื้อในฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของพันธบัตรรัฐบาล) เป็นวิธีตรงในการเล่นธีมนี้
ข้อมูลลักษณะนี้มักช่วยลดความกังวลของตลาด และอาจทำให้ “ความผันผวนโดยนัย” ลดลง (implied volatility คือความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) โดยดัชนี VIX (ดัชนีวัดความผันผวนที่คาดของตลาดหุ้นสหรัฐฯ) อยู่แถว 18 และอาจถอยกลับไปใกล้ระดับ 15 การขายคอลออปชัน VIX ที่อยู่นอกระดับราคา (out-of-the-money คือราคาใช้สิทธิไกลจากระดับปัจจุบัน ทำให้มีโอกาสถูกใช้สิทธิน้อยกว่า) อาจเป็นกลยุทธ์สำหรับผู้ที่คาดว่าตลาดจะสงบลง