AUD/USD อ่อนค่าลงมาที่ 0.7111 ก่อนรีบาวด์และปิดที่ 0.7129 (-0.45%) โดยยังทรงตัวแถว 0.7130 และยังอยู่ในช่วง “พักฐาน” (consolidation: แกว่งตัวในกรอบแคบ ยังไม่เลือกทิศทางชัดเจน)
ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าราคาจะยัง “แกว่งในกรอบ” (range-bound: ขึ้นลงในช่วงเดิม) ระหว่าง 0.7110 ถึง 0.7160 การย่อลงไปที่ 0.7111 ตามมาด้วยการฟื้นตัวเร็ว และยังไม่เห็นสัญญาณว่าแรงขายกำลังเร่งตัวชัดเจน (downward momentum: แรงกดดันให้ราคาลงต่ออย่างต่อเนื่อง)
มุมมองกรอบราคา ระยะสั้น
ในช่วง 1–3 สัปดาห์ข้างหน้า คาดว่าราคาจะยังเคลื่อนไหวในกรอบกว้างขึ้นที่ 0.7080 ถึง 0.7180 ต่อเนื่องจากมุมมองก่อนหน้าเมื่อวันจันทร์ (20 เม.ย.) ตอนที่ราคาอยู่ที่ 0.7130 ซึ่งเคยประเมินกรอบไว้ที่ 0.7060 ถึง 0.7210
ยังมีการระบุว่าแนวโน้มระยะยาวยังเอนเอียงไปทาง “ขาลง” (downward bias: มีโอกาสลงมากกว่าขึ้น แม้ระยะสั้นอาจแกว่งตัว) และบทความระบุว่าจัดทำด้วยเครื่องมือ AI และมีบรรณาธิการตรวจทาน โดยให้เครดิตกับทีม FXStreet Insights Team
อนุพันธ์และการวางสถานะการเทรด
สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์” (derivative: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) แนวโน้มขาลงที่เกิดขึ้นบ่งชี้ว่า “ขายออปชันคอล” (sell call options: ขายสิทธิ์ให้ผู้อื่นซื้อในราคาที่กำหนด เพื่อรับค่าเบี้ยประกัน) อาจเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า เมื่อคู่นี้ยังขึ้นไปยืนระดับสูงได้ยาก การขายคอลแบบ “นอกเงิน” (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิอยู่ไกลกว่าราคาตลาด ทำให้โอกาสถูกใช้สิทธิน้อยกว่า) โดยตั้ง “ราคาใช้สิทธิ” (strike price: ราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) แถวแนวต้าน 0.6800 อาจสร้างรายได้จาก “ค่าเบี้ยที่ลดลงตามเวลา” (premium decay: มูลค่าเวลาในออปชันค่อย ๆ ลดลงเมื่อใกล้วันหมดอายุ) วิธีนี้ได้ประโยชน์หาก AUD/USD แกว่งออกข้างหรือลงต่อ
อีกทางเลือกหนึ่ง ผู้เทรดที่ต้องการเล่นทิศทางชัดเจน อาจใช้การรีบาวด์เป็นจังหวะเปิด “สถานะขาย” (short positions: ทำกำไรเมื่อราคาลง) ผ่าน “สัญญาฟิวเจอร์ส” (futures contracts: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดราคาและวันส่งมอบ/ชำระราคา) โดยสภาพแวดล้อมปัจจุบันเอนเอียงไปทาง “ขายเมื่อเด้ง” มากกว่า แนวรับสำคัญทั้งเชิงเทคนิคและเชิงจิตวิทยา (technical/psychological support: ระดับราคาที่ตลาดมักชะลอการลง เพราะเป็นจุดที่มีแรงซื้อหรือเป็นตัวเลขสำคัญ) ถัดไปอยู่ใกล้ 0.6500
ควรติดตามการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจที่อาจทำให้แนวโน้มเปลี่ยน โดยเฉพาะรายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ และตัวเลขการจ้างงานออสเตรเลีย หากการจ้างงานออสเตรเลียออกมาดีกว่าคาด หรือเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอลงมากกว่าคาด อาจทำให้ราคากลับตัวแรงได้แม้อาจเป็นเพียงชั่วคราว ดังนั้นผู้ที่ถือมุมมองขาลงควรกำหนด “จุดตัดขาดทุน” (stop-loss orders: คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อราคาไปผิดทางถึงระดับที่กำหนด) ให้ชัดเจน