หุ้นทั่วโลกลดลง 0.4% หลังบรรยากาศรับความเสี่ยง (risk sentiment: ความเต็มใจของนักลงทุนในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง) อ่อนตัว หุ้น “มูลค่า” (value stocks: หุ้นที่ราคายังไม่แพงเมื่อเทียบกับกำไร/กระแสเงินสดปัจจุบัน) ฟื้นตัวจากการปรับลงวันพุธ และให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นวัฏจักร (cyclical shares: หุ้นที่ขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น อุตสาหกรรม วัตถุดิบ) ในวันที่ตลาดเน้นความระมัดระวัง
กลุ่มเทคโนโลยีอ่อนแอที่สุด จากแรงขายในหุ้นซอฟต์แวร์ โดยหุ้นซอฟต์แวร์ลดลง 5.1% ในวันเดียว
Markets Turn More Defensive
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาตกลงซื้อ/ขายในอนาคต) ส่วนใหญ่ปรับลง ขณะที่ฟิวเจอร์ส Nasdaq ทรงตัวได้ดีกว่า หลังอินเทลให้มุมมองธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-driven outlook: การคาดการณ์/แนวโน้มผลประกอบการที่อิงการใช้ปัญญาประดิษฐ์) ดัชนีหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ
ตลาดเริ่ม “แยกชัด” เมื่อความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยงแย่ลง กลุ่มเทคถูกกดดัน แต่ความอ่อนแรงกระจุกตัวที่ซอฟต์แวร์ ซึ่งร่วงกว่า 5% ในวันเดียวหลังบริษัทใหญ่รายงานยอดขายชะลอ ความกังวลสะท้อนผ่านดัชนี CBOE Volatility Index หรือ VIX (ดัชนีวัดความผันผวน: ใช้ดูระดับความกลัวของตลาดจากราคาซื้อขายออปชัน) ที่ขยับกลับขึ้นเหนือ 18 บ่งชี้ว่านักลงทุนยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อ “คุ้มครองความเสี่ยง” (protection: การป้องกันพอร์ตจากการร่วง เช่น ผ่านออปชัน)
เงินลงทุนจึงหมุนไปยังหุ้นมูลค่าที่เริ่มฟื้นจากการขาดทุนก่อนหน้า ตลอดสัปดาห์ ETF สายคุณค่า (value-focused ETFs: กองทุนอีทีเอฟที่เน้นหุ้นมูลค่า) ปรับขึ้นเกือบ 1% ขณะที่กองทุนหุ้นเติบโต (growth funds: กองทุนที่เน้นหุ้นคาดโตสูงในอนาคต) ลดลงกว่า 2% ยืนยันการเปลี่ยนไปถือแนวป้องกันความเสี่ยง (defensive shift: เน้นหุ้น/สินทรัพย์ผันผวนน้อย) มากขึ้น สะท้อนว่าตลาดให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีกำไรปัจจุบันมั่นคง มากกว่าบริษัทที่สัญญาการเติบโตในอนาคต
Options Positioning And Trade Ideas
บรรยากาศแตกต่างจากช่วงที่หุ้นเทคปรับขึ้นกว้าง ๆ ตลอดปี 2025 ซึ่งหุ้นที่เกี่ยวกับ AI มักขึ้นพร้อมกัน มุมมองเชิงบวกของอินเทลที่อิง AI ชี้ว่าแนวโน้มนี้ยังไม่จบ แต่ตลาดต้องการ “หลักฐานกำไร” (profitability: ทำกำไรได้จริง) มากขึ้น ขณะนี้เริ่มเห็นความแตกต่างชัดระหว่างผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI (AI infrastructure providers: ผู้ผลิตชิป ศูนย์ข้อมูล อุปกรณ์เครือข่าย) กับบริษัทซอฟต์แวร์ที่นำเทคโนโลยีไปใช้
นักลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) อาจพิจารณาซื้อพุตออปชัน (put options: สิทธิในการขายที่ราคากำหนด ใช้ป้องกันความเสี่ยงขาลง) บน ETF กลุ่มซอฟต์แวร์ เช่น IGV เพื่อป้องกันการอ่อนตัวต่อในกลุ่มนี้ ขณะเดียวกัน ความแข็งแกร่งในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor: ชิป) ทำให้กลยุทธ์อย่าง “ขายพุตแบบมีเงินค้ำ” (cash-secured puts: ขายพุตโดยกันเงินสดไว้เผื่อถูกใช้สิทธิซื้อหุ้น) หรือทำ “สเปรดคอลขาขึ้น” (bull call spread: ซื้อคอลราคาใช้สิทธิต่ำและขายคอลราคาใช้สิทธิสูง เพื่อลดต้นทุนและวางมุมมองเชิงบวก) กับบริษัทที่เห็นกำไรจาก AI ชัดเจน น่าสนใจขึ้น โดยสามารถใช้เป็น “คู่เทรด” (pairs trade: เปิดสถานะสองฝั่งเพื่อเน้นส่วนต่าง) คือมองลบซอฟต์แวร์แอปพลิเคชัน แต่ยังมองบวกต่อฮาร์ดแวร์ AI ฐานราก