รายงานจาก N12 News ของอิสราเอลระบุว่า โมฮัมหมัด บาแกร์ กาลิบาฟ ประธานสภาอิหร่าน ลาออกจากทีมเจรจาของอิหร่าน พาดหัวข่าวนี้กระตุ้นให้ตลาดอยู่ในโหมด “หลีกเลี่ยงความเสี่ยง” (risk aversion: นักลงทุนลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยกว่า) ในช่วงการซื้อขายสหรัฐวันพฤหัสบดี ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง และหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
รายงานดังกล่าวทำให้ตลาดมองว่า “โอกาสปิดดีล” ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านลดลง อย่างไรก็ดี นักข่าวอิหร่านหลายรายออกมาปฏิเสธภายหลัง รวมถึง โมฮัมหมัด กาเดอรี ที่โพสต์บน X (แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเดิมชื่อทวิตเตอร์) ระบุว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เขียนบน Truth Social (แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของทรัมป์) ว่า “ผมมีเวลาทั้งโลก แต่อิหร่านไม่มี — นาฬิกากำลังเดิน!.” ก่อนหน้านั้นเขากล่าวว่า “อิหร่านกำลังลำบากมากในการหาว่าใครเป็นผู้นำของพวกเขา!”
ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ตอบโต้ว่า อิหร่านไม่มีฝ่ายหัวแข็งหรือฝ่ายสายกลาง และย้ำความเป็นเอกภาพภายใต้ผู้นำสูงสุด พร้อมกล่าวว่า “พระเจ้าองค์เดียว ชาติเดียว ผู้นำเดียว เส้นทางเดียว; ชัยชนะเพื่ออิหร่าน มีค่ากว่าสิ่งใดในชีวิต”
ในตลาดการเงิน ความไม่แน่นอนยังคงหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (foreign exchange/FX: ตลาดซื้อขายสกุลเงิน) ขณะที่ West Texas Intermediate หรือ WTI (น้ำมันดิบมาตรฐานสหรัฐ) รักษาช่วงบวกในวันและซื้อขายแถว 94 ดอลลาร์