ข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI: แบบสำรวจที่วัดทิศทางกิจกรรมของภาคธุรกิจ) เดือนเมษายนของยูโรโซนชี้ว่ากิจกรรมเศรษฐกิจอ่อนแรงลง ขณะที่ตัวชี้วัดด้านราคาปรับสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยง “เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอ” (stagflation: ภาวะที่เศรษฐกิจโตช้า/หดตัวแต่ราคายังขึ้น) โดย PMI รวม (composite: รวมภาคการผลิตและบริการ) ลดลงต่ำกว่า 50 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่าง “ขยายตัว” กับ “หดตัว” สาเหตุหลักมาจากภาคบริการที่อ่อนลง ขณะที่ภาคการผลิตประคองตัวได้ดีกว่า
ภาคการผลิตมีสัญญาณเร่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า เพื่อรับมือความเสี่ยงด้านอุปทานและพลังงานจากความตึงเครียด/สงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ดัชนีราคาหลายรายการในยุโรปปรับขึ้นสู่ระดับที่เห็นครั้งล่าสุดในปี 2022/23
Composite Prices Reach New Highs
ดัชนีราคาขายของผลผลิต (output price: ราคาที่บริษัทขายสินค้า/บริการ) ใน PMI รวมของยูโรโซนเพิ่มขึ้น 3.2 จุด สู่ 57.0 สูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2023 ขณะที่ดัชนีราคาต้นทุนปัจจัยการผลิต (input price: ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ค่าแรง ฯลฯ) เพิ่มขึ้น 3.1 จุด สู่ 68.4
การเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาในภาคการผลิตมากกว่าภาคบริการ และการปรับขึ้นของดัชนีราคาขายสูงกว่าเดือนมีนาคม สะท้อนว่าธุรกิจส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้มากขึ้น
ข้อมูล PMI เดือนเมษายนสะท้อนความเสี่ยง “เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอ” ที่ท้าทายสำหรับยูโรโซน โดย PMI รวมลดลงสู่ 49.8 ต่ำกว่า 50 ซึ่งหมายถึงกิจกรรมเศรษฐกิจชะลอลงอย่างชัดเจน เมื่อรวมกับเงินเฟ้อที่เร่งตัว ทำให้ตลาดการเงินน่าจะผันผวนมากขึ้นในระยะถัดไป
Rates Volatility And Bund Positioning
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อยู่ในภาวะตัดสินใจยาก เพราะเงินเฟ้อที่ยังสูงทำให้ลดดอกเบี้ยได้ยากเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ชะลอ โดยตลาดประเมินโอกาสลดดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายนเพียงราว 20% เปลี่ยนแปลงมากจากเดือนก่อน
ความกดดันด้านนโยบายนี้ทำให้เงินยูโรมีความเปราะบางเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่พื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแรงกว่า เช่น ดอลลาร์สหรัฐ โดย EUR/USD ปรับลงสู่จุดต่ำสุดของปีใกล้ 1.0450 จากความกังวลดังกล่าว
ข้อมูลยังชี้ความเสี่ยง “ช็อกพลังงาน” (energy shock: ราคาพลังงานพุ่งจากปัญหาอุปทาน) ที่โยงกับอิหร่าน พร้อมสัญญาณผู้ผลิตกักตุนวัตถุดิบ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: น้ำมันอ้างอิงสำคัญของตลาดโลก) ซื้อขายเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว
การพุ่งขึ้นของดัชนีราคากลับสู่ระดับที่เคยเห็นในปี 2022/23 เป็นสัญญาณเตือนสำคัญ เพราะช่วงดังกล่าวเงินเฟ้อรุนแรงจนท้ายที่สุดบีบให้ ECB ต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องและแรง ซึ่งสะท้อนว่าธนาคารกลางอาจเพิกเฉยต่อแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ได้ยาก