ในเดือนเมษายน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐจาก S&P Global อยู่ที่ 54 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 52.5 โดยไม่มีการระบุถึงนัยสำคัญ

by VT Markets
/
Apr 23, 2026

ดัชนี S&P Global US Manufacturing PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐ ซึ่งใช้วัดทิศทางกิจกรรมโรงงานและคำสั่งซื้อใหม่) อยู่ที่ 54 ในเดือนเมษายน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 52.5

ค่า PMI ที่มากกว่า 50 หมายถึง “ขยายตัว” ของกิจกรรมภาคการผลิต ดังนั้นตัวเลขเดือนเมษายนชี้ว่าภาคการผลิตขยายตัวในเดือนดังกล่าว

ผลต่อแนวโน้มการเติบโตระยะสั้น

ข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งนี้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังร้อนแรงกว่าที่เราประเมินไว้ และสวนทางกับความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอที่เริ่มเห็นปลายปี 2025 ผู้ลงทุนควรทบทวนการถือครองที่เดิมพันว่าเศรษฐกิจจะอ่อนแอในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

จากรายงานนี้ โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะ “ลดดอกเบี้ย” มีแนวโน้มลดลง หลังจากตรึงดอกเบี้ยนโยบายไว้ตลอดปี 2025 เพื่อกดเงินเฟ้อที่ค้างอยู่ใกล้ 3.5% ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจทำให้ Fed มีเหตุผลที่จะรอดูสถานการณ์ต่อไป เราคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yields คือผลตอบแทนที่ผู้ถือพันธบัตรได้รับ ซึ่งมักเคลื่อนไหวสวนทางกับราคาพันธบัตร) อาจปรับขึ้น ทำให้กลยุทธ์ที่มองว่า “ราคาฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ” จะลงมีความน่าสนใจมากขึ้น (Treasury futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาพันธบัตรรัฐบาล)

สำหรับดัชนีหุ้นอย่าง S&P 500 นี่เป็นสัญญาณบวก สะท้อนแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ดีขึ้น เราให้น้ำหนักกับการใช้ “คอลออปชัน” (call options คือสิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) ในกลุ่มหุ้นวัฏจักรที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจขยายตัว เช่น อุตสาหกรรมและวัสดุพื้นฐาน ด้านความผันผวน (volatility คือระดับการแกว่งของราคา) อาจลดลงเมื่อข้อมูลชัดเจนขึ้น ทำให้กลยุทธ์ “ขายพรีเมียมออปชัน” (options premium คือค่าพรีเมียมที่ผู้ซื้อจ่ายให้ผู้ขายออปชัน) ดูน่าสนใจมากขึ้น

แรงหนุนนี้ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจที่ดีขึ้นและแนวโน้มดอกเบี้ยสูงนานทำให้ดอลลาร์น่าดึงดูดมากขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น เรามองเป็นโอกาสในการถือสถานะ “ลอง” ดอลลาร์ (long คือถือเพื่อหวังราคาขึ้น) เทียบกับยูโรหรือเยน

แนวโน้มอุปสงค์สินค้าโภคภัณฑ์

ข้อมูลชี้ไปที่อุปสงค์สินค้าโภคภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ภาคการผลิตต้องใช้วัตถุดิบอย่างทองแดงและน้ำมันมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันให้ราคาปรับขึ้น เรามองว่าการเตรียมรับโอกาสจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขาขึ้นผ่าน “ฟิวเจอร์ส” (futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) หรือคอลออปชันบน “อีทีเอฟสินค้าโภคภัณฑ์” (commodity ETFs คือกองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้นและอ้างอิงตะกร้าสินค้าโภคภัณฑ์) เป็นแนวทางที่เหมาะสม

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code