ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมของยูโรโซน จาก HCOB ออกมาที่ 48.6 ในเดือนเมษายน ต่ำกว่าคาดที่ 50.2
ค่าดัชนีต่ำกว่า 50 หมายถึงกิจกรรมทางธุรกิจโดยรวม “หดตัว” ค่าสูงกว่า 50 หมายถึงกิจกรรมทางธุรกิจโดยรวม “ขยายตัว”
สัญญาณการเติบโตของยูโรโซน
ย้อนกลับไป ข้อมูล PMI รวมที่อ่อนแอในเดือนเมษายน 2025 เป็นสัญญาณชัดเจนของเศรษฐกิจที่หดตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนั้น ค่า 48.6 ซึ่งต่ำกว่าเส้น 50 ที่ใช้เป็นเกณฑ์การเติบโต ทำให้เราคาดว่า “ธนาคารกลางยุโรป” (ECB) จะหันไปใช้นโยบายผ่อนคลาย (การลดความเข้มงวดทางการเงิน) ซึ่ง ECB ก็ทำจริง โดยลด “อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก” (Deposit rate: ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ฝากเงินไว้กับ ECB ซึ่งเป็นดอกเบี้ยนโยบายหลัก) รวม 50 “เบสิกพอยต์” (basis points: หน่วยวัดดอกเบี้ย 1 bps = 0.01%) ระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2025
บริบทนี้ทำให้เรายังระมัดระวังต่อเงินยูโร แม้ช่วงหลังจะทรงตัวได้บ้าง โดย “ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม” ของเยอรมนีในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน (month-on-month: เทียบกับเดือนก่อนหน้า) สะท้อนว่าความอ่อนแอเชิงพื้นฐานยังอยู่ เรามองว่าน่าสนใจในการซื้อ “ออปชันพุท” (put options: สัญญาให้สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาอ้างอิง ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลงหรือใช้ป้องกันความเสี่ยง) บนคู่เงิน EUR/USD โดยเล็งระดับต่ำกว่า 1.05 เพื่อเป็นการเฮดจ์ (hedge: ลดความเสี่ยง) หากเกิดการชะลอตัวรอบใหม่
ตลาดหุ้นยุโรป โดยเฉพาะ EURO STOXX 50 ดูเหมือนจะสะท้อนภาพ “ลงจอดนุ่มนวล” (soft landing: เศรษฐกิจชะลอลงแต่ไม่ถดถอยรุนแรง) ไปมากแล้ว ทั้งที่ยังไม่แน่นอน ขณะที่ดัชนีความผันผวน VSTOXX (volatility index: ตัวชี้วัดความผันผวนที่ตลาดคาดต่อหุ้นยุโรป คล้าย VIX ของสหรัฐ) ซื้อขายใกล้ระดับต่ำ 14.5 ซึ่งเรามองว่าตลาดนิ่งเกินไปเมื่อเทียบกับความไม่แน่นอน เราพิจารณากลยุทธ์ เช่น ซื้อ “คอลออปชัน” ของ VSTOXX (call options: สิทธิในการซื้อ ใช้ได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) หรือทำ “พุทสเปรดฝั่งลบ” (bearish put spread: ซื้อพุทและขายพุทอีกระดับหนึ่งเพื่อลดต้นทุน เหมาะเมื่อคาดว่าตลาดลงในกรอบ) บนดัชนียุโรปหลัก เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการปรับฐาน
แนวโน้มดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ
จากจุดนี้ เส้นทางดอกเบี้ยไม่ชัดเจนเท่าเดิม แม้การชะลอตัวที่เริ่มในปี 2025 จะหนุนโอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ “ดัชนีราคาผู้บริโภคแบบปรับให้เทียบกันได้” ของยูโรโซน (HICP: Harmonised Index of Consumer Prices มาตรฐานเงินเฟ้อที่ใช้เทียบกันได้ระหว่างประเทศสมาชิก) เดือนมีนาคม 2026 ออกมาที่ 2.7% สูงกว่าคาด 2.5% เล็กน้อย สถานการณ์นี้ชี้ว่าอาจเหมาะกับการวางพอร์ตให้ “เส้นอัตราผลตอบแทนแบนลง” (flatter yield curve: ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวกับระยะสั้นแคบลง) เพราะตลาดอาจประเมินความเร็วในการลดดอกเบี้ยของ ECB ในอนาคตสูงเกินไป