ราคาทองคำในฟิลิปปินส์ปรับลดลงในวันพฤหัสบดี ตามข้อมูลของ FXStreet โดยราคาทองอยู่ที่ 9,140.53 เปโซฟิลิปปินส์ต่อกรัม ลดลงจาก 9,210.80 เปโซในวันพุธ
ทองยังลดลงมาอยู่ที่ 106,613.40 เปโซต่อโทลา จาก 107,433.00 เปโซในวันก่อนหน้า (โทลาเป็นหน่วยชั่งน้ำหนักที่นิยมในเอเชียใต้/ตะวันออกกลาง) ราคาที่ระบุอื่นๆ ได้แก่ 91,402.31 เปโซสำหรับ 10 กรัม และ 284,302.50 เปโซต่อทรอยออนซ์ (ทรอยออนซ์เป็นหน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า โดย 1 ทรอยออนซ์ ≈ 31.1035 กรัม)
วิธีที่ FXStreet คำนวณราคาทองคำท้องถิ่น
FXStreet แปลงราคาทองคำโลกเป็นเงินเปโซฟิลิปปินส์ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน USD/PHP (ดอลลาร์สหรัฐต่อเปโซฟิลิปปินส์) และหน่วยชั่งน้ำหนักในประเทศ ตัวเลขอัปเดตทุกวันตามราคาตลาด ณ เวลาที่เผยแพร่ และใช้เพื่อการอ้างอิง เนื่องจากราคาจริงในพื้นที่อาจแตกต่างกัน
ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด ในปี 2022 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับซื้อสุทธิรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามข้อมูลของ World Gold Council
ราคาทองมักเคลื่อนไหวสวนทางกับเงินดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries คือ “พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ”) และอาจเคลื่อนไหวสวนกับสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น หุ้น) ราคาอาจเปลี่ยนตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (เหตุการณ์การเมือง/ความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย (recession คือ เศรษฐกิจหดตัว) อัตราดอกเบี้ย และความผันผวนของเงินดอลลาร์ เนื่องจากทองคำกำหนดราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยสำคัญที่สุดต่อทองคำในระยะถัดไป
ปัจจัยสำคัญคือ นโยบายอัตราดอกเบี้ย เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ “ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย” (yield-less asset คือ ถือแล้วไม่ได้ดอกเบี้ยเหมือนเงินฝาก/พันธบัตร) แนวโน้มดอกเบี้ยที่ลดลงทำให้การถือเงินสดและพันธบัตรน่าสนใจน้อยลง จึงหนุนความน่าดึงดูดของทองคำ
อีกปัจจัยคืออุปสงค์จากธนาคารกลาง ซึ่งช่วยพยุงราคา (floor คือ ระดับประคองราคา) โดยการซื้อของหน่วยงานสถาบัน (institutional buying คือ การซื้อโดยองค์กรขนาดใหญ่ เช่น ธนาคารกลาง/กองทุน) จากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เป็นแรงสำคัญที่จำกัดการปรับลงของราคา
เงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งมักเคลื่อนไหวสวนทางกับทองคำ (inversely correlated คือ มักไปคนละทิศทาง) ก็มีผลต่อราคาเช่นกัน หากดอลลาร์อ่อนค่าโดยทั่วไปจะหนุนราคาทองให้สูงขึ้น
จากปัจจัยเหล่านี้ ราคาทองที่อ่อนลงในช่วงสัปดาห์ข้างหน้าอาจถูกมองเป็นโอกาสสะสม ทั้งนี้ กลยุทธ์อย่าง “คอลออปชัน” (call options คือ สัญญาที่ให้สิทธิซื้อสินทรัพย์ในราคาที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) สามารถใช้เพื่อเปิดโอกาสทำกำไรขาขึ้นพร้อมจำกัดความเสี่ยงได้