ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบรายปีในเดือนมีนาคม สูงขึ้นจาก 1.2% ในเดือนก่อนหน้า
หมายความว่า ราคาสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคปรับขึ้นเร็วกว่าเดือนก่อน
นัยต่อเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน
การเร่งขึ้นของเงินเฟ้อสู่ 1.8% มีนัยสำคัญ และทำให้ตลาดหันมามองว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) อาจ “ตึงนโยบาย” เร็วกว่าที่คาด โดยคำว่า “ตึงนโยบาย” หมายถึง ใช้มาตรการทำให้สภาพการเงินเข้มงวดขึ้นเพื่อลดแรงกดดันด้านราคา เช่น ปล่อยให้ค่าเงินแข็งขึ้นหรือกำหนดกรอบนโยบายค่าเงินให้เข้มขึ้น การเพิ่มจาก 1.2% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาเริ่มกลับมา
เราควรคาดว่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินคู่ค้า โดยอาจพิจารณาเครื่องมืออนุพันธ์ค่าเงิน (currency derivatives: สัญญาการเงินที่อ้างอิงค่าเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไร) เช่น ซื้อออปชันซื้อ (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคา/เงื่อนไขที่กำหนด) เงินดอลลาร์สิงคโปร์เทียบดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดเริ่มสะท้อนการปรับ “ความชัน” ของกรอบนโยบาย S$NEER ให้สูงขึ้น ซึ่ง S$NEER คือ “อัตราแลกเปลี่ยนที่มีประสิทธิผลของดอลลาร์สิงคโปร์” เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินคู่ค้า และ “กรอบนโยบาย” คือช่วงที่ MAS ยอมให้ค่าเงินเคลื่อนไหวได้ ข้อมูลล่าสุดยังเห็นว่า forward points ของ USD/SGD อายุ 3 เดือนปรับลดลง (forward points คือ ส่วนต่างระหว่างราคาแลกเปลี่ยนล่วงหน้ากับราคาปัจจุบัน) สะท้อนความคาดหวังว่า SGD จะแข็งค่าขึ้น
มุมมองนี้ยังชี้ไปที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เราควรวางตำแหน่งให้สอดคล้องกับการที่อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงข้ามคืนของสิงคโปร์ (Singapore Overnight Rate Average: SORA) อาจขยับขึ้นจากระดับทรงตัวราว 3.7% โดย SORA คือ “อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของธุรกรรมข้ามคืน” ที่ใช้เป็นฐานในการกำหนดดอกเบี้ยเงินกู้และตราสารการเงิน กลยุทธ์ที่ใช้ได้ เช่น สว็อปอัตราดอกเบี้ย (interest rate swap: สัญญาแลกเปลี่ยนการจ่ายดอกเบี้ยแบบคงที่กับแบบลอยตัว) ในฝั่ง “จ่ายดอกเบี้ยคงที่” หรือซื้อฟิวเจอร์ส SORA (SORA futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิง SORA)
เรายังจำได้ว่าในช่วงกลางปี 2025 ความกังวลเงินเฟ้อลดลง ทำให้ MAS คงท่าทีเป็นกลางในการประชุมติดต่อกันสองครั้ง แต่ข้อมูลใหม่บ่งชี้ว่าช่วงความนิ่งอาจเริ่มสิ้นสุด และแวดล้อมเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนจากปีก่อน
ข้อพิจารณาการป้องกันความเสี่ยงในตลาดหุ้น
สำหรับตลาดหุ้น การคาดการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้นอาจกดดันดัชนี Straits Times Index (STI) โดยเฉพาะบริษัทที่อ่อนไหวต่อต้นทุนการกู้ยืม เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อาจเผชิญแรงกดดัน จึงอาจพิจารณาซื้อออปชันขาย (put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคา/เงื่อนไขที่กำหนด เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลง) บน STI หรือหุ้นอสังหาฯ รายตัว เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการปรับฐานของตลาด