
ประเด็นสำคัญ
- ทองคำลดลง 0.7% มาอยู่ที่ $4,705.09 และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าลดลง 0.6% มาอยู่ที่ $4,722.10
- โอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยลดเหลือ 23% จาก 28% ขณะเดียวกันราคาน้ำมันยังอยู่เหนือ $100
ราคาทองคำอ่อนตัวลงในภาวะซื้อขายผันผวน เพราะตลาดกลับไปกังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นรอบใหม่ ทองคำตลาดจุด (spot gold คือ “ราคาซื้อขายทันที”) ลดลง 0.7% มาอยู่ที่ $4,705.09 ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ (futures คือ “สัญญาซื้อขายส่งมอบในอนาคต”) สำหรับส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 0.6% มาอยู่ที่ $4,722.10
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude คือ “ราคาน้ำมันอ้างอิงตลาดโลก”) ยืนเหนือ $100 ต่อบาร์เรล โดยได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นในสหรัฐลดลงมากกว่าคาด (stock draw คือ “ปริมาณคงคลังลดลง”) และการเจรจาสันติภาพสหรัฐ–อิหร่านยังไม่คืบหน้า ความแข็งแกร่งของราคาน้ำมันทำให้คนคาดว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้น ส่งผลให้สภาพการเงินตึงตัว (financial conditions คือ “เงื่อนไขการกู้ยืม/ต้นทุนเงินในระบบ”) แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) ยังไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
ทีมวิจัยของเรามองว่า เมื่อน้ำมันกลับไปอยู่ “สามหลัก” (เหนือ 100 ดอลลาร์) ความกังวลเงินเฟ้อจะเด่นขึ้น และกดดันทองคำ ภาพนี้มักเกิดซ้ำ: ทองคำมักไปได้ไม่ดีเมื่อเงินเฟ้อทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น แทนที่จะทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์กันเสี่ยง
การเมืองระหว่างประเทศทำให้ตลาดพลังงานตึงตัว
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงพยุงราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับสูง การที่อิหร่านยึดเรือ 2 ลำ ในช่องแคบฮอร์มุซยิ่งทำให้กังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลน (supply disruption คือ “การส่งมอบสะดุด/ขาดช่วง”) โดยเฉพาะหลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกการโจมตี แต่ยังคง “ปิดล้อมทางเรือ” (naval blockade คือ “ใช้กองทัพเรือสกัดการเข้าออกทางทะเล”)
สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนจากแรงบวกชั่วคราวเพราะความขัดแย้ง ไปสู่แรงกดดันที่ยืดเยื้อ ประธานสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ส่งสัญญาณว่าการหยุดยิงเต็มรูปแบบขึ้นอยู่กับการยกเลิกการปิดล้อม ทำให้ความขัดแย้งอาจลากยาว
ตอนนี้ตลาด “ตั้งราคา” (pricing คือ “สะท้อนความคาดหวังเข้าไปในราคา”) ว่าน้ำมันจะมีแรงหนุนระยะยาว ซึ่งทำให้เกิดวงจรต่อเนื่อง: ราคาพลังงานสูงขึ้น → ต้นทุนขนส่งและการผลิตสูงขึ้น → เงินเฟ้อลดลงยาก (sticky inflation คือ “เงินเฟ้อเหนียว”) → ธนาคารกลางจึงไม่รีบผ่อนนโยบาย (ease policy คือ “ลดดอกเบี้ย/ทำให้เงินกู้ถูกลง”)
คาดการณ์ดอกเบี้ยเริ่มกดดันทองคำ
แนวโน้มดอกเบี้ยเริ่มไม่เป็นผลดีต่อทองคำ แบบสำรวจของรอยเตอร์สระบุว่า เฟดอาจรออย่างน้อย 6 เดือน ก่อนลดดอกเบี้ย เพราะแรงกดดันเงินเฟ้อจากพลังงานกลับมาอีก
ราคาตลาดสะท้อนการเปลี่ยนมุมมองนี้ เทรดเดอร์มองว่าโอกาสลดดอกเบี้ย 0.25% (25 basis points คือ “0.25 จุดเปอร์เซ็นต์”) ในเดือนธันวาคมเหลือเพียง 23% จาก 28% เมื่อสัปดาห์ก่อน ก่อนความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศรุนแรงขึ้น ตลาดเคยคาดว่าจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้
การ “ปรับราคาใหม่” (repricing คือ “ตลาดปรับความคาดหวังแล้วสะท้อนเป็นราคาใหม่”) สำคัญต่อทองคำ แม้ทองคำมักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือกันเงินเฟ้อ แต่ทองมักอ่อนแรงเมื่อเงินเฟ้อทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงสูงขึ้น (real yields คือ “ผลตอบแทนหลังหักเงินเฟ้อ”) ในสภาพแบบนั้น สินทรัพย์ที่มีดอกผล (yield-bearing assets คือ “สินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย/ผลตอบแทน เช่น พันธบัตร”) จะน่าดึงดูดกว่า จึงมีเงินไหลออกจากทอง
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
XAUUSD (คือ “สัญลักษณ์ราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ”) ซื้อขายใกล้ 4702 อ่อนลงเล็กน้อย เพราะราคายังไปต่อจากการฟื้นตัวรอบล่าสุดไม่ไหว และเริ่มแกว่งออกข้างใต้แนวต้านระยะสั้น หลังดีดขึ้นจากจุดต่ำ 4098 ทองคำเริ่มตั้งฐานได้บ้าง แต่แรงขึ้นเริ่มอ่อนลงเมื่อราคาเข้าสู่ช่วงพักตัว (consolidation คือ “แกว่งแคบ ๆ เพื่อพักแรง”)
มองเชิงเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นเป็น กลาง ๆ ถึงเอนลงเล็กน้อย
ตอนนี้ราคาอยู่แถว เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (20-day moving average/MA คือ “ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง เพื่อดูแนวโน้ม”) ที่ 4702.80 โดย 5 วัน (4762.81) และ 10 วัน (4772.65) เริ่มโค้งลง และอยู่เหนือราคาปัจจุบัน กลายเป็นแนวต้านใกล้ ๆ ภาพนี้บอกว่าแรงขึ้นล่าสุดอ่อนลง และตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงพักตัว

ระดับสำคัญที่ควรจับตา:
- แนวรับ: 4650 → 4500 → 4375
- แนวต้าน: 4770 → 4850 → 5000
ตอนนี้ตลาดกำลังพักตัวอยู่ใต้ โซนแนวต้าน 4770 ซึ่งเป็นจุดที่การรีบาวด์ล่าสุดไปต่อไม่ไหว หากราคากลับขึ้นเหนือระดับนี้ได้ อาจทำให้แรงขึ้นกลับมา และมีโอกาสไปที่ 4850 และอาจขึ้นต่อได้หากยืนระดับสูงกว่าเดิมได้
ฝั่งลง 4650 เป็นแนวรับแรก หากหลุดระดับนี้ อาจเห็นลงไปทดสอบ 4500 และอาจลึกถึง 4375 หากแรงขายเพิ่มขึ้น
โดยรวม ทองคำ เริ่มหมดแรงขึ้นหลังเด้งฟื้น และราคาติดอยู่ระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยที่เริ่มแบน (หมายถึง “แนวโน้มไม่ชัด”) ระยะสั้นต้องดูว่าฝั่งซื้อจะดันกลับเหนือ 4770 ได้หรือไม่ หรือราคาจะอ่อนลงและกลับไปสู่ขาลงแก้ไขฐาน (corrective decline คือ “การปรับลงเพื่อลดความร้อนแรง”)
สิ่งที่เทรดเดอร์ควรจับตาต่อไป
ช่วงถัดไปของทองคำขึ้นอยู่กับว่าน้ำมันจะยืนเหนือ $100 ได้หรือไม่ และทำให้คนคาดว่าเงินเฟ้อจะสูงต่อหรือไม่ หากราคาพลังงานยังแข็ง และความคาดหวังการลดดอกเบี้ยยิ่งลดลง ทองคำอาจขึ้นต่อได้ยาก
แต่หากความตึงเครียดทางการเมืองคลายลง หรือราคาน้ำมันย่อลง เรื่องเล่าในตลาดอาจกลับมาเป็นบวกต่อทองคำได้เร็ว โดยเฉพาะถ้าเทรดเดอร์เริ่มคาดใหม่ว่าจะลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น
ระยะใกล้ การเคลื่อนไหวแถว 4700 สำคัญ เพราะตลาดกำลังหาทิศทางระหว่างแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ กับความเป็นไปได้ที่นโยบายจะผ่อนคลาย
คำถามจากเทรดเดอร์
ทำไมทองถึงลงทั้งที่ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มขึ้น?
ทองคำลดลง 0.7% มาอยู่ที่ $4,705.09 เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ตลาดคาดว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้น และทำให้ความหวังว่าจะลดดอกเบี้ยลดลง เมื่อตลาดมองว่าดอกเบี้ยจะไม่ลงเร็ว ทองมักถูกกดดันมากกว่าที่ความเสี่ยงทางการเมืองจะช่วยพยุงได้
ตอนนี้ราคาน้ำมันกระทบทองอย่างไร?
น้ำมันเบรนท์ยืนเหนือ $100 ต่อบาร์เรล ทำให้ความกังวลเงินเฟ้อยังสูง ต้นทุนพลังงานที่แพงส่งต่อไปยังราคาสินค้าและบริการ ทำให้ดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงนานขึ้น และทำให้ทองดูน่าสนใจน้อยลง
การที่ตลาดคาดลดดอกเบี้ยน้อยลง หมายความว่าอย่างไรต่อทอง?
ตอนนี้เทรดเดอร์มองว่าโอกาสลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคมเหลือ 23% จาก 28% เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยทั่วไป เมื่อคาดว่าจะลดดอกเบี้ยน้อยลง อัตราผลตอบแทนจะมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้สินทรัพย์ที่ให้ดอกผลน่าดึงดูดกว่าทองคำ
ระดับสำคัญของ XAUUSD ที่ควรดูคืออะไร?
ทองคำแกว่งใกล้ 4702 ใกล้กับ MA20 ที่ 4702.80 แนวต้านอยู่แถว 4762.81 (MA5) และ 4772.65 (MA10) ขณะที่หากหลุดโซน 4700–4680 อาจเห็นลงต่อได้มากขึ้น
ทองยังเป็นตัวกันเงินเฟ้ออยู่ไหม?
ทองคำช่วยกันเงินเฟ้อได้ แต่เมื่อเงินเฟ้อทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น ทองมักไปได้ยาก กรณีนี้ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกำลังดันอัตราผลตอบแทนขึ้น จึงจำกัดโอกาสที่ทองจะขึ้นต่อ
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets