Silver (XAG/USD) ปรับขึ้นในวันพุธ ซื้อขายใกล้ 77.70 ดอลลาร์ ณ เวลาที่เขียน และเพิ่มขึ้น 1.33% ในวันเดียวกัน การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังราคาที่อ่อนตัวลงช่วงก่อนหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบตลาด) ในตะวันออกกลางที่ยังดำเนินอยู่
ตลาดยังจับตาความสัมพันธ์สหรัฐฯ และอิหร่าน หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ขยายเวลาหยุดยิง (ข้อตกลงระงับการสู้รบชั่วคราว) ก่อนกำหนดหมดอายุไม่นาน โดยรายงานระบุว่าการขยายเวลานี้เปิดโอกาสให้เตหะรานมีเวลามากขึ้นในการยื่นข้อเสนอการเจรจาที่เป็นเอกภาพ
ความเสี่ยงของการหยุดยิง และแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ เพราะวอชิงตันยังคง “ปิดล้อมทางเรือ” ท่าเรืออิหร่าน (การควบคุม/สกัดกั้นการเดินเรือเพื่อจำกัดการขนส่งสินค้า) แม้มีการขยายเวลาหยุดยิง ปัจจัยนี้ช่วยพยุงความต้องการโลหะมีค่าในฐานะสินทรัพย์ทางเลือก
ราคาน้ำมันฟื้นตัวหลังปรับฐานก่อนหน้า โดยความเสี่ยงด้านอุปทานเชื่อมโยงกับความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจดัน “คาดการณ์เงินเฟ้อ” (การประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อในอนาคตจะเป็นอย่างไร) ซึ่งทำให้โอกาส “ลดดอกเบี้ย” (การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ลดลง และอาจกดดันสินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย” เช่นเงิน (หมายถึงถือแล้วไม่ได้ดอกเบี้ย)
ด้านนโยบายสหรัฐฯ เควิน วอร์ช ผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/เฟด: ธนาคารกลางของสหรัฐฯ) กล่าวต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาว่า สนับสนุนการปฏิรูป “กรอบการดำเนินนโยบาย” ของเฟด (แนวทาง/กติกาที่ใช้กำหนดนโยบายการเงิน) และการทำให้ “งบดุล” เล็กลง (ขนาดสินทรัพย์ที่เฟดถืออยู่จากมาตรการซื้อสินทรัพย์) ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index/DXY: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) ซื้อขายใกล้ 98.40 และการอ่อนค่าลงเล็กน้อยของดอลลาร์ช่วยหนุนโลหะมีค่า
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดสำคัญในปี 2026
ภาพนโยบายการเงินแตกต่างจากปี 2025 ที่ตลาดคาดการณ์เรื่องประธานเฟดคนใหม่ โดยเฟดคงอัตราดอกเบี้ยมาสองไตรมาสติดต่อกัน แต่ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดอยู่ที่ 2.9% ยังสูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย ทำให้ไม่แน่ชัดว่าเฟดจะเดินหน้าต่ออย่างไร นักลงทุนควรใช้ “ออปชัน” (สัญญาที่ให้สิทธิ์ซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด โดยไม่บังคับต้องทำ) เพื่อป้องกันความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นหลังการประชุม FOMC (คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด)
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่เคยเป็นแรงหนุนจากการอ่อนค่าต่ำกว่า 98.50 เมื่อปีก่อน ปัจจุบันกลับเป็นแรงกดดัน ซื้อขายแข็งแกร่งแถวระดับ 105 ดอลลาร์ที่แข็งค่าจำกัดการปรับขึ้นของราคาเงิน ทำให้ “คอลออปชันที่อยู่นอกเงิน” (out-of-the-money calls: สิทธิซื้อที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน) เป็นวิธีที่ต้นทุนต่ำกว่าในการวางเดิมพันต่อการพุ่งขึ้นฉับพลัน หาก DXY หลุดต่ำกว่า 104 อย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อทั้งกลุ่มโลหะมีค่า
ความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรมเร่งตัวจากปี 2025 กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักต่อมูลค่าเงิน รายงานอุตสาหกรรมไตรมาส 1/2026 ระบุว่าการใช้เงินในภาคโซลาร์และยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าคาดการณ์ก่อนหน้า ความต้องการจริง (physical demand: ความต้องการซื้อเพื่อใช้/ถือครองจริง ไม่ใช่เก็งกำไรผ่านตราสาร) ที่แข็งแรงบ่งชี้ว่าการย่อตัวของราคาเป็นโอกาสสะสม และการขาย “พุตแบบมีเงินสดค้ำประกัน” (cash-secured puts: ขายสิทธิขายโดยกันเงินสดไว้พอสำหรับรับซื้อหากถูกใช้สิทธิ) ต่ำกว่าราคาปัจจุบันอาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม
อัตราส่วนทอง/เงิน (Gold/Silver ratio: จำนวนออนซ์ของเงินที่ต้องใช้เพื่อซื้อทอง 1 ออนซ์) ให้สัญญาณเชิงยุทธวิธีชัดเจนในขณะนี้ โดยอยู่ราว 80:1 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและกว้างกว่าระดับส่วนใหญ่ในปี 2025 สะท้อนว่าเงินอาจ “ถูก” เมื่อเทียบกับทอง และชี้ไปที่ “การเทรดคู่” (pair trade: เปิดสถานะซื้อสินทรัพย์หนึ่งและขายอีกสินทรัพย์หนึ่งเพื่อเล่นส่วนต่าง) ที่ให้น้ำหนักผลตอบแทนของเงินมากกว่าทองในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า