This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

นักกลยุทธ์ของ Rabobank เตือน ความขัดแย้งกับอิหร่านอาจดันเงินเฟ้อยูโรโซนสูงขึ้น ขณะกด GDP ลดลง เพิ่มความเสี่ยงภาวะ Stagflation

by VT Markets
/
Apr 22, 2026

นักกลยุทธ์ของ Rabobank ระบุว่า สงครามอิหร่านกำลังผลักยูโรโซนเข้าสู่ “ภาวะเศรษฐกิจซบเซาพร้อมเงินเฟ้อสูง” (stagflation: เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจโตช้า) โดยเงินเฟ้อสูงขึ้นและ GDP อ่อนแอลง โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่สูงกว่าประมาณการก่อนเกิดสงครามต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 ขณะที่การเติบโตชะลอตัวมากในปี 2026 และฟื้นเพียงเล็กน้อยในปี 2027 แม้มีมาตรการรัฐช่วยพยุง

ในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ยูโรโซนเผชิญราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้ “ดุลการค้าเชิงแลกเปลี่ยน” (terms of trade: ราคาสินค้าส่งออกเทียบกับราคานำเข้า) แย่ลง ราคาที่สูงขึ้นทำให้การบริโภคและการลงทุนลดลง เพราะรายได้จริง (real income: รายได้หลังหักผลของเงินเฟ้อ) ลด ธุรกิจมีกำไรลด และความเชื่อมั่นอ่อนลง ขณะที่มาตรการช่วยเหลือเพิ่มแรงกดดันต่อการคลังของรัฐ

Rates Inflation And Growth Outlook

“ผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงและเงินเฟ้อ” (risk and inflation premia: ผลตอบแทนเพิ่มที่นักลงทุนเรียกร้องเพื่อชดเชยความเสี่ยงและเงินเฟ้อ) ที่สูงขึ้น รวมถึงคาดการณ์การขึ้น “ดอกเบี้ยนโยบาย” (policy rate: ดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางกำหนด) ทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับขึ้นและอาจจำกัดการลงทุน Rabobank สมมติว่าปีนี้จะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ขณะที่ตลาดคาด 2 ครั้ง และ “อัตราแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยสว็อปยูโร 10 ปี” (10-year EUR swap rate: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงจากสัญญาสว็อป ซึ่งเป็นการแลกดอกเบี้ยลอยตัวกับดอกเบี้ยคงที่) เพิ่มราว 30 จุดเบส (basis points: 0.01%) นับจากปลายกุมภาพันธ์

อิงจากประมาณการราคาพลังงานล่าสุด คาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ย 3.1% ในปี 2026 และ 2.5% ในปี 2027 โดยเงินเฟ้อสะสมสูงกว่าที่เคยคาด 1.7 จุดเปอร์เซ็นต์ การเติบโตคาด 1.5% ในปี 2025, 0.6% ในปีนี้ และ 0.9% ปีหน้า

Rabobank ระบุว่า ฉากทัศน์ที่กระทบน้อยลงจากการเปิดช่องแคบและการไหลของพลังงานกลับมาเร็ว มีโอกาสเกิดน้อยลง ขณะที่ฉากทัศน์ที่แย่กว่าเดิมยังเป็นไปได้ โดยชี้ความเสี่ยง เช่น “อุปสงค์หายไปจากราคาสูง” (demand destruction: ผู้บริโภคลดการใช้เพราะแพงเกิน), “อุตสาหกรรมย้ายฐาน/หดตัว” (de-industrialisation: ภาคการผลิตอ่อนแอลงหรือย้ายออก) และ “ส่วนชดเชยความเสี่ยงด้านเครดิตและหนี้รัฐ” (credit and sovereign risk premia: ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นเพราะความเสี่ยงเอกชนและรัฐบาลเพิ่ม) ที่อาจขยายตัว

Trading And Hedging Considerations

ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมีนาคมล่าสุดจาก Eurostat เพิ่มขึ้นเกินคาดแตะ 3.4% หนุนมุมมองว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยปี 2026 อาจเกิน 3% ทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตกอยู่ในภาวะลำบาก เพราะอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยในช่วงเศรษฐกิจอ่อนแรง คล้ายรอบขึ้นดอกเบี้ยปี 2022 ดังนั้นผู้ลงทุนอาจพิจารณาเตรียมรับดอกเบี้ยขาขึ้น เช่น “รับดอกเบี้ยคงที่” บนสัญญา “สว็อปอัตราดอกเบี้ย” (interest rate swap: สัญญาแลกดอกเบี้ยลอยตัวกับคงที่) หรือขายชอร์ต “ฟิวเจอร์สบอนด์เยอรมนี” (German Bund futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี)

ภาพการเติบโตเศรษฐกิจแย่ลง โดยคาดการณ์ GDP ปีนี้ถูกปรับลงเหลือ 0.6% จาก 1.5% ในปี 2025 สอดคล้องกับดัชนี IFO ภาวะธุรกิจเยอรมนีล่าสุดที่ปรับลดแรงที่สุดรายเดือนนับตั้งแต่วิกฤตราคาพลังงานช่วงต้นทศวรรษ 2020 ภาพโตต่ำทำให้การถือ “สถานะขาย” (short position: ทำกำไรเมื่อราคาลดลง) หรือซื้อ “พุตออปชัน” (put option: สิทธิขายเพื่อกันความเสี่ยงขาลง) บนดัชนีหุ้นยุโรปวงกว้าง เช่น Euro Stoxx 50 อาจเหมาะเพื่อป้องกันความเสี่ยง

ความไม่แน่นอนยังสูงมาก และความเสี่ยงฉากทัศน์รุนแรงยังชัดเจน ดัชนี VSTOXX ซึ่งวัด “ความผันผวน” (volatility: การแกว่งของราคา) ของตลาดหุ้นยูโรโซน ทรงตัวสูงแถวระดับ 28 สะท้อนความกังวลของตลาด เมื่อมีโอกาสที่ส่วนชดเชยความเสี่ยงด้านเครดิตและหนี้รัฐจะกว้างขึ้นคล้ายปี 2011 การซื้อออปชันเพื่อ “เฮดจ์” (hedge: ป้องกันความเสี่ยง) ต่อการปรับลงแบบฉับพลันและรุนแรงจึงเป็นประเด็นสำคัญในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code