เบรนท์ (Brent) ปรับลงจากจุดสูงล่าสุด หลังประธานาธิบดีทรัมป์ขยาย “ข้อตกลงหยุดยิง” กับอิหร่านแบบไม่มีกำหนด ราคาน้ำมันยังอยู่บนเส้นทางสู่ภาวะปกติที่ไม่ชัดเจน รวมถึงประเด็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก)
เบรนท์เจอแรงต้านใกล้ 120 ดอลลาร์ และย่อตัวหลังทดสอบระดับนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง ก่อนหน้านี้ราคายังเคยดีดขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลระหว่างวัน แต่สุดท้ายถอยลง
ปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศและจุดที่ตลาดจับตา
เตหะรานระบุว่าเริ่มมีสัญญาณว่าสหรัฐอาจยกเลิก “การปิดล้อมทางเรือ” (naval blockade: การจำกัด/สกัดกั้นการสัญจรทางทะเลด้วยกำลังเรือรบ) ซึ่งถูกตั้งเป็นเงื่อนไขเพื่อเข้าร่วมการเจรจารอบถัดไปในปากีสถาน ขณะที่สหรัฐคาดว่าจะชะลอการโจมตีเพิ่มเติม จนกว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอใหม่และการหารือสิ้นสุด
ในเชิงเทคนิค ระดับสูงสุดเดือนเมษายนใกล้ 104 ดอลลาร์เป็นแนวต้านระยะสั้น หากทะลุ 104 ดอลลาร์ได้ จะเพิ่มน้ำหนักต่อการฟื้นตัวในกรอบกว้าง
เบรนท์ทดสอบ “ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน” (50-day moving average/50‑DMA: เส้นค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 50 วัน ใช้ดูแนวโน้ม) เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคม และอาจเกิดช่วง “แกว่งตัวพักฐาน” (consolidation: ราคาแกว่งในกรอบเพื่อสะสมแรง) หากเบรนท์ยืนเหนือโซน 50‑DMA แถว 91/90 ดอลลาร์ไม่ได้ อาจชี้ไปสู่การปรับลงลึกกว่าเดิม
ขณะนี้เบรนท์อยู่ในช่วงย่อตัว หลังการขยายหยุดยิงกับอิหร่านแบบไม่มีกำหนดช่วยลดความกังวลด้านอุปทานในระยะสั้น ทำให้ราคาลงมาทดสอบแนวรับสำคัญเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคม ตลาดจึงจับตา 50‑DMA บริเวณ 91/90 ดอลลาร์อย่างใกล้ชิด เพราะมีแนวโน้มเป็นตัวกำหนดการเคลื่อนไหวรอบใหญ่ถัดไป
มุมมองออปชันและความผันผวน
หากราคาหลุดโซนแนวรับนี้ มีโอกาสลงลึกเพิ่ม ผู้ลงทุนควรเตรียมรับมือ การซื้อ “พุทออปชัน” (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาใช้สิทธิ) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่ใช้สิทธิซื้อ/ขายในสัญญา) แถว 85 หรือ 80 ดอลลาร์ อาจช่วยป้องกันความเสี่ยงขาลงหรือเก็งกำไรได้ รายงานล่าสุดของ EIA (EIA: หน่วยงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ) ที่ระบุสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นเหนือคาด 2.1 ล้านบาร์เรล ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อโอกาสปรับลง
ในทางกลับกัน หากแนวรับ 90 ดอลลาร์ยังอยู่ ราคาอาจเด้งกลับไปหาแนวต้านเดิมใกล้ 104 ดอลลาร์ การทะลุผ่านระดับนั้นอย่างชัดเจนจะเป็นสัญญาณฟื้นตัวในกรอบใหญ่ ทำให้ “คอลออปชัน” (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาใช้สิทธิ) หรือ “บูลคอลสเปรด” (bull call spread: กลยุทธ์ซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิต่ำ และขายคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงเพื่อลดต้นทุน) น่าสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ดี เส้นทางนี้ขึ้นกับข่าวที่เป็นรูปธรรมเรื่องสหรัฐยกเลิกการปิดล้อมทางเรือ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ด้วยความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศที่ยังสูง คาดว่าความผันผวนจะยังมากไม่ว่าราคาจะไปทางไหน โดยดัชนีความผันผวนน้ำมันดิบของ CBOE (CBOE Crude Oil Volatility Index/OVX: ดัชนีที่สะท้อนความผันผวนคาดการณ์จากราคาออปชันน้ำมันดิบ) ยังอยู่สูงที่ 45 จึงอาจใช้กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งแรง เช่น “ลองสตรัดเดิล” (long straddle: ซื้อคอลและพุทที่ราคาใช้สิทธิใกล้กัน เพื่อหวังผลจากการเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) ซึ่งช่วยให้ได้ประโยชน์หากราคาเคลื่อนตัวมากทั้งสองทิศทาง
เปิดบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้