นักลงทุนจับตาว่าบิ๊กเทคจะสามารถเปลี่ยนการลงทุนหนักด้านเอไอให้เป็นการเร่งตัวของการเติบโตของกำไรได้หรือไม่ ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของรายจ่ายลงทุน (CAPEX)

by VT Markets
/
Apr 22, 2026

หุ้น 5 บริษัทในกลุ่ม “Magnificent 7” จะรายงานผลประกอบการภายใน 2 วัน ได้แก่ Microsoft, Alphabet, Meta และ Amazon วันที่ 29 เมษายน 2026 และ Apple วันที่ 30 เมษายน 2026 โดยความสนใจของตลาดเปลี่ยนจากความกังวลว่า “ลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อ AI มากเกินไป” ไปสู่คำถามว่า การใช้จ่ายดังกล่าวเริ่มช่วยเพิ่มรายได้ กำไรขั้นต้น และการสร้างรายได้ (monetisation: ความสามารถในการเปลี่ยนผู้ใช้/ทราฟฟิกให้เป็นรายได้) แล้วหรือยัง

4 บริษัทไฮเปอร์สเกลเลอร์ (hyperscalers: ผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดยักษ์ที่มีศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น Microsoft/Google/Amazon/Meta) คาดว่าจะใช้จ่ายรวมราว 645,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 เพิ่มขึ้นราว 56% เมื่อเทียบปีก่อน ตลาดต้องการ “หลักฐานผลตอบแทน” มากกว่าแผนกว้าง ๆ

Company Expectations And Spend

Microsoft คาดกำไรต่อหุ้น (EPS: กำไรสุทธิต่อหุ้น) ราว 4.04 ดอลลาร์ (เพิ่มขึ้นราว 17%) และรายได้ราว 81.4 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้นราว 16%) งบลงทุน (capex: เงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน/อุปกรณ์ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ ชิป เซิร์ฟเวอร์) อยู่ใกล้ 146 พันล้านดอลลาร์ในปีงบฯ 2026 และคาดปีงบฯ 2027 ใกล้ 170 พันล้านดอลลาร์ ธุรกิจ Intelligent Cloud คาดราว 34.2 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 28%) การเติบโต Azure ราว 38% ส่วนที่มาจาก AI ราว 21.4% และอัตรากำไรขั้นต้นของคลาวด์ (cloud gross margin: กำไรขั้นต้น/รายได้ของธุรกิจคลาวด์) ที่ 66.23%

Alphabet คาด EPS ปรับปรุง (adjusted EPS: EPS ที่ปรับรายการพิเศษออกเพื่อสะท้อนธุรกิจปกติ) ราว 2.83 ดอลลาร์ และรายได้ราว 107 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้นราว 11%) คาด capex ปี 2026 ราว 175–185 พันล้านดอลลาร์ และปี 2027 ใกล้ 200 พันล้านดอลลาร์ ธุรกิจ Search คาดราว 59 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 16%) YouTube ราว 10 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 12%) และ Cloud อาจโตแถว 50%

Meta คาด adjusted EPS ราว 7.51 ดอลลาร์ และรายได้ราว 55.5 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้นราว 31%) แนวทาง capex ปี 2026 อยู่ที่ 115–135 พันล้านดอลลาร์ โดยคาดการณ์ของตลาด (consensus: ค่าเฉลี่ยประมาณการจากนักวิเคราะห์) ปี 2027 ราว 142 พันล้านดอลลาร์ รายได้โฆษณาราว 54 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 30%) จำนวนการแสดงผล (impressions: ครั้งที่โฆษณาถูกแสดง) เพิ่มขึ้น 16% และราคาเฉลี่ยต่อโฆษณาเพิ่มขึ้น 12%

Amazon คาด adjusted EPS ราว 2.11 ดอลลาร์ และรายได้ราว 177.2 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้นราว 14%) ให้แนวทาง capex ปี 2026 ที่ 200 พันล้านดอลลาร์ โดย consensus ที่ 195.9 พันล้านดอลลาร์ และ consensus ของ Bloomberg ปี 2027 ราว 209 พันล้านดอลลาร์ AWS คาดราว 36.6 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 25%) Advertising Services ราว 16.9 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 20.8%) และเพิ่มเงินลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์ใน Anthropic พร้อมศักยภาพลงทุนเพิ่มอีก 20 พันล้านดอลลาร์

Apple Expectations And Spend

Apple คาด EPS ราว 1.96 ดอลลาร์ (เพิ่มขึ้นราว 18%) และรายได้ราว 109.3 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้นราว 15%) capex คาดราว 13.5 พันล้านดอลลาร์ในปีงบฯ 2026 และ 15.4 พันล้านดอลลาร์ในปีงบฯ 2027 โดยรายได้ Services (บริการ: เช่น App Store, iCloud, Apple Music) ราว 30.4 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 14%)

เมื่อหุ้น 5 บริษัทใน Magnificent 7 จะรายงานงบสัปดาห์หน้า เราเห็นความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาซื้อขายออปชัน) ปรับขึ้นแรง ตลาดออปชัน (options: สัญญาสิทธิในการซื้อ/ขายหุ้นที่ราคาและเวลาที่กำหนด) กำลังประเมินว่าหุ้นอาจแกว่งแรงหลังประกาศงบ โดยดัชนี CBOE Nasdaq-100 Volatility Index (VXN: ดัชนีความผันผวนคาดการณ์ของ Nasdaq-100) ปรับขึ้นกว่า 18% ในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว สะท้อนว่านักลงทุนเตรียมรับความผันผวนสูง และเป็นช่วงสำคัญของการจัดพอร์ต

สำหรับ Microsoft จุดจับตาคือ “เงินลงทุนมหาศาลคุ้มค่าแค่ไหน” เราติดตามการตั้งราคาในออปชัน ซึ่งบ่งชี้ว่าหุ้นอาจแกว่งราว 6% ได้ทั้งขึ้นและลงหลังรายงานวันที่ 29 เม.ย. ด้วยราคาหุ้นปีนี้ตามหลังกลุ่ม หาก Azure โตเกิน 38% อาจหนุนให้หุ้นรีบาวด์แรง ทำให้กลยุทธ์สเปรดฝั่ง Call (call spread: ซื้อคอลและขายคอลอีกตัวเพื่อจำกัดต้นทุน/จำกัดกำไร) น่าสนใจสำหรับมุมมองเชิงบวก

Alphabet ต้องพิสูจน์ว่าสามารถขยายแพลตฟอร์ม AI โดยไม่กระทบธุรกิจ Search ย้อนดูงบปี 2025 หุ้นไวต่อคำกล่าวเรื่อง “วินัยการใช้จ่าย” อย่างมาก นักเทรดออปชันเตรียมรับการเคลื่อนไหวมากกว่า 7.5% สะท้อนโอกาสที่หุ้นจะวิ่ง “ไล่ตาม” (catch-up: ก่อนหน้านี้ขึ้นน้อยกว่ากลุ่มจึงมีโอกาสปรับขึ้นตาม) หาก Google Cloud โตโดดเด่น หรือเสี่ยงปรับลงหากแนวทาง capex สูงเกินคาด

สถานการณ์ของ Meta คือการอธิบายเหตุผลของการลงทุน AI เชิงรุก ขณะที่ธุรกิจโฆษณาหลักยังแข็งแรง ที่ระดับ 17 เท่าของกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า (forward earnings multiple: ค่า P/E ที่ใช้กำไรประมาณการในอนาคต) ถือว่าถูกกว่ากลุ่ม อาจช่วยรองรับราคา แต่ถ้า “งบลงทุน” กระโดดขึ้นอีก อาจปลุกความกังวลปลายปี 2025 ได้ ทำให้เป็นภาพคลาสสิกของการเทรดช่วงงบ โดยบางรายพิจารณา Straddle/Strangle (กลยุทธ์ออปชันเล่นความผันผวน: ซื้อคอลและพุทรวมกัน โดย Straddle ใช้ราคาใช้สิทธิเดียวกัน ส่วน Strangle ใช้คนละราคา) สำหรับผู้ที่คาดว่าหุ้นจะขยับแรงแต่ไม่มั่นใจทิศทาง

Amazon เข้าสู่ช่วงนี้ในฐานะผู้นำโมเมนตัม (momentum: หุ้นที่ราคาวิ่งต่อเนื่องตามแรงซื้อ) โดยปีนี้ทำผลงานดีที่สุดในกลุ่ม ทำให้ความคาดหวังต่อ AWS สูงมาก หากโตต่ำกว่ากรอบคาด 25% อาจทำให้ตลาดผิดหวัง เราพบความต้องการ Put นอกเงินเพิ่มขึ้น (out-of-the-money puts: พุทที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาหุ้น ณ ตอนนั้น มักใช้ป้องกันความเสี่ยงขาลง) สะท้อนว่าบางส่วนกำลังเฮดจ์ (hedging: ลดความเสี่ยงด้วยการถือสินทรัพย์/สัญญาที่เคลื่อนไหวสวนทาง) กรณีงบไม่แรงพอรองรับการขึ้นมารอบล่าสุด

Apple แตกต่าง เพราะธีมหลักคือ “ความทนทานของธุรกิจ” มากกว่าการเติบโตจากโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยตรง การประเมินมูลค่าแพงที่ 28 เท่าของกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า ทำให้พลาดได้ไม่มาก โดยเฉพาะหาก Services โตชะลอ หรือมุมมองต่อจีนระมัดระวัง เราเห็น implied volatility ต่ำกว่า โดยคาดหุ้นแกว่งราว 4.5% สะท้อนว่านักลงทุนเน้นป้องกันความเสี่ยงด้านลบ มากกว่าคาดหวังการเบรกขึ้นจาก AI

โดยรวมแล้ว ตลาดไม่ให้รางวัลกับ “ความทะเยอทะยานในการทุ่มเงิน AI” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการหลักฐานผลตอบแทน ระดับ capex ที่สูงมากของบริษัทเหล่านี้คือทั้งความเสี่ยงและโอกาส ซึ่งสะท้อนผ่านทั้งออปชันรายตัวและความผันผวนของดัชนีวงกว้าง เนื่องจากผลประกอบการชุดนี้มีแนวโน้มกำหนดทิศทางหุ้นเทคโนโลยีในสัปดาห์ถัดไป

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code