ราคาทองคำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ปรับขึ้นในวันพุธ ตามข้อมูลของ FXStreet โดยราคาทองคำอยู่ที่ 561.43 ดีแรห์มต่อกรัม เพิ่มขึ้นจาก 557.34 ดีแรห์มในวันอังคาร
ราคาทองคำต่อตลา (tola: หน่วยชั่งน้ำหนักทองที่นิยมในเอเชียใต้ ราว 11.66 กรัม) ปรับขึ้นเป็น 6,548.30 ดีแรห์ม จาก 6,500.67 ดีแรห์มในวันก่อนหน้า ขณะที่ FXStreet ยังระบุราคา 5,614.17 ดีแรห์มต่อ 10 กรัม และ 17,462.26 ดีแรห์มต่อทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า 1 หน่วยเท่ากับราว 31.1035 กรัม)
วิธีคำนวณราคาแปลงหน่วยทองคำใน UAE
FXStreet แปลงราคาทองคำในตลาดโลกเป็นสกุลดีแรห์ม (AED) โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน USD/AED และแปลงเป็นหน่วยท้องถิ่น ราคาจะอัปเดตรายวันตามเวลาที่เผยแพร่ ใช้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น เพราะราคาจริงในพื้นที่อาจต่างกันเล็กน้อย
ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด และใช้ทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง (reserves: สินทรัพย์ที่ประเทศถือไว้เพื่อความมั่นคงทางการเงิน) โดยในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดต่อปีนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล
ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับเงินดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย (no yield: ไม่จ่ายดอกเบี้ย) เมื่อดอกเบี้ยต่ำมักช่วยหนุนราคาทอง แต่เมื่อดอกเบี้ยสูงมักกดดันราคา
ราคาทองที่ปรับขึ้นสะท้อนบทบาท “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven asset: สินทรัพย์ที่นักลงทุนมักถือเมื่อความเสี่ยงสูง) ในช่วงตลาดผันผวน และเป็นสัญญาณให้จับตาความเสี่ยงในตลาดโดยรวม ภาวะปัจจุบันชี้ว่านักลงทุนต้องการ “ป้องกันความเสี่ยง” (hedge: ลดผลกระทบจากความเสี่ยง) ทั้งจากเงินเฟ้อและโอกาสที่ค่าเงินอ่อนลง
การซื้อทองของธนาคารกลางหนุนตลาด
แนวโน้มที่ธนาคารกลางซื้อทองต่อเนื่อง โดยพุ่งแรงตั้งแต่ปี 2022 เป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคา สภาทองคำโลก (World Gold Council) รายงานล่าสุดสำหรับไตรมาส 1 ปี 2026 ระบุว่า ธนาคารกลางเพิ่มทองคำสุทธิ 290 ตัน ซึ่งเป็นไตรมาสแรกที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ความต้องการจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ (institutional demand: การซื้อจากหน่วยงาน/สถาบัน ไม่ใช่รายย่อย) โดยเฉพาะในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ช่วยพยุงราคา ทำให้ราคามีแนวรับแข็งแรง
อีกปัจจัยคือท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เพราะทองคำไม่ให้ดอกเบี้ย หลังการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในปี 2025 ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2026 อยู่ที่ 3.1% สูงกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย ทำให้เกิดคำถามว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่ ความไม่แน่นอนของดอกเบี้ยทำให้การถือทองดูน่าสนใจขึ้น เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนอาจไม่เพิ่ม
ความสัมพันธ์เชิงสวนทางระหว่างทองคำกับดอลลาร์สหรัฐยังเป็นปัจจัยหลัก โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) อ่อนลงมาใกล้ระดับ 103.5 ลดลงจากจุดสูงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2025 ดอลลาร์ที่อ่อนค่าทำให้ทอง “ถูกลง” สำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น ส่งผลให้ความต้องการเพิ่มและดันราคา
สำหรับผู้เทรดที่ใช้ตราสารอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงจากสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ทองคำ) การผสมกันของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่ชัดเจนเรื่องดอกเบี้ยอาจทำให้ความผันผวน (volatility: การแกว่งตัวของราคา) เพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งของราคาอาจเหมาะสม โดยหลายรายอาจเลือกใช้คอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด เพื่อหวังทำกำไรหากราคาขึ้น) เพื่อรับโอกาสขาขึ้น พร้อมจำกัดความเสี่ยงขาลง