USD/TWD ปรับลงต่อเนื่องในช่วงหลายวันล่าสุด การเคลื่อนไหวนี้เกิดพร้อมกับตลาดหุ้นไต้หวันแข็งแกร่ง เงินทุนต่างชาติไหลเข้า และการส่งออกกลุ่มเทคโนโลยีที่ยังดี
เงินดอลลาร์ไต้หวัน (TWD) กลับมาเคลื่อนไหวสอดคล้องกับวัฏจักรเทคโนโลยีมากขึ้นอีกครั้ง TWD ยังได้แรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น/ตราสารทุน (portfolio inflows: เงินลงทุนจากต่างชาติที่เข้ามาซื้อสินทรัพย์การเงิน) และปัจจัยพื้นฐานด้านการค้า (external trade fundamentals: ภาวะส่งออก-นำเข้าและดุลการค้าที่สนับสนุนค่าเงิน)
กราฟรายวันยังเป็นแนวโน้มขาลง โมเมนตัมฝั่งขายยังคุมอยู่ ดัชนี RSI (Relative Strength Index: ตัวชี้วัดแรงซื้อแรงขาย) อยู่ใกล้โซนขายมากเกินไป (oversold: ราคาถูกขายลงแรงจนมีโอกาสเด้ง)
พฤติกรรมราคาเริ่มเห็นรูปแบบ “ลิ่มขาลง” (falling wedge: ราคาลงทำจุดสูงและจุดต่ำต่ำลง แต่กรอบแคบลง) ซึ่งมักเชื่อมโยงกับการกลับตัวขึ้น แนวรับอยู่แถว 31.40–31.50 ซึ่งอาจเกิดการเด้งได้
คู่ USD/TWD ค่อย ๆ ไหลลงหาแนวรับสำคัญ 31.40–31.50 แรงกดดันฝั่งลงมาจากวัฏจักรเทคโนโลยีไต้หวันที่แข็งแรง และเงินทุนต่างชาติไหลเข้าหุ้นไต้หวันจำนวนมาก ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ค่าเงิน TWD ยังดูมีแรงรองรับจากปัจจัยเหล่านี้
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนความแข็งแกร่งดังกล่าว โดยการส่งออกไต้หวันเดือนมีนาคม 2026 เพิ่มขึ้น 12% เทียบรายปี จากความต้องการชิปกึ่งตัวนำ (semiconductors: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลักของอุปกรณ์และระบบคอมพิวเตอร์) ที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างมาก นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิหุ้นไต้หวัน 5.2 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1/2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดสำหรับช่วงเวลาดังกล่าวในรอบ 3 ปี สะท้อนว่าภาพปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแรง
อย่างไรก็ดี กราฟชี้ว่าควรระวัง เพราะแรงลงอาจเริ่มหมด รูปแบบลิ่มขาลงมักบ่งชี้การกลับตัวขึ้นของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ RSI ก็ใกล้โซนขายมากเกินไป สะท้อนว่าแรงขายอาจเริ่มผ่อน
ในภาวะที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแรง แต่ฝั่งเทคนิคตึงตัว (stretched technicals: ตัวชี้วัดทางเทคนิคอยู่ในระดับสุดโต่ง) กลยุทธ์ที่เหมาะคือซื้อออปชัน Call ของ USD/TWD ระยะสั้น (call options: สิทธิในการซื้อคู่เงินที่ราคาเป้าหมายภายในเวลาที่กำหนด) เพื่อรับโอกาสรีบาวด์จากแนวรับ 31.40 ความเสี่ยงจำกัดอยู่ที่ค่าเบี้ยประกัน (premium: เงินที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) หากราคายังไหลลงต่อก็ไม่ขาดทุนเกินเบี้ย
สำหรับผู้ที่เชื่อว่าเรื่องเทคโนโลยีจะกดดันต่อจนหลุด 31.40 สามารถใช้ออปชัน Put (put options: สิทธิในการขายคู่เงินที่ราคาเป้าหมายภายในเวลาที่กำหนด) เพื่อวางตำแหน่งรับการหลุดแนวรับ ซึ่งเป็นการลงทุนที่ใช้เงินน้อยแต่มีอำนาจทวี (leveraged: ให้ผลตอบแทนไวต่อการเคลื่อนไหวของราคา) นอกจากนี้ยังอาจใช้กลยุทธ์ Straddle (ซื้อทั้ง Call และ Put: วางเดิมพันว่าราคาจะเหวี่ยงแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) เพื่อเก็งความผันผวนสองทาง