ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI: ดัชนีที่วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการ “ที่ผู้ผลิตขายออกจากโรงงาน/ต้นทาง” ก่อนถึงมือผู้บริโภค) ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนมีนาคม สูงขึ้นจาก 0.6% ในเดือนก่อนหน้า
ข้อมูลสะท้อนว่า “ราคาต้นทางของผู้ผลิต” เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดือนกุมภาพันธ์ แต่รายงานไม่ได้ให้รายละเอียดแยกรายหมวดเพิ่มเติม
ราคาผู้ผลิตส่งสัญญาณความเสี่ยงเงินเฟ้อ
เรามองว่าการกระโดดขึ้นของราคาผู้ผลิตครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่า “เงินเฟ้อผู้บริโภค” (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค วัดราคาสินค้า/บริการที่คนทั่วไปซื้อ) อาจเร่งตัวตามมา เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นมักถูกส่งต่อไปยังราคาขายปลีก การเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบรายเดือนถือว่าเร่งตัวแรงที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี และเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางเกาหลี (Bank of Korea) ต้องทบทวนท่าที “คงดอกเบี้ย” (neutral stance: ยังไม่เอนเอียงว่าจะขึ้นหรือจะลงดอกเบี้ย)
ตัวเลข PPI ล่าสุดสอดคล้องกับข้อมูลอื่นที่ชี้ว่าเงินเฟ้อยังลดลงช้า โดย CPI เดือนมีนาคมล่าสุดเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี อยู่ใกล้ระดับสูงของกรอบที่ธนาคารกลางรับได้ นอกจากนี้ เงินวอนอ่อนค่าต่อดอลลาร์มากกว่า 3% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เคลื่อนไหวแถว 1,380 วอนต่อดอลลาร์ ทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าและพลังงานแพงขึ้น
ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว เราคาดว่าธนาคารกลางเกาหลีอาจส่งสัญญาณ “เข้มงวดด้านเงินเฟ้อ” มากขึ้น (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยสูงเพื่อกดเงินเฟ้อ) ในการประชุมครั้งถัดไป โดยตลาดอาจเริ่มให้น้ำหนักกับ “โอกาสขึ้นดอกเบี้ย” มากกว่าการลดดอกเบี้ย กลยุทธ์ที่อาจใช้คือขาย USD/KRW แบบสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไม่ส่งมอบจริง (NDF: สัญญาที่ชำระส่วนต่างเป็นเงิน ไม่ต้องส่งมอบเงินสกุลจริง) หรือซื้อออปชันแบบคอลของเงินวอน (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาที่กำหนด)
แรงกดดันเงินเฟ้อทำให้พันธบัตรรัฐบาลเกาหลีดูน่าสนใจลดลงที่ระดับผลตอบแทนปัจจุบัน เราคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลี (KTB: Korea Treasury Bonds) อายุ 3 ปีและ 10 ปีมีแนวโน้มปรับขึ้น ซึ่งจะทำให้ “ราคาพันธบัตร” ปรับลง กลยุทธ์หนึ่งคือขายชอร์ตฟิวเจอร์ส KTB (short futures: เปิดสถานะขายเพื่อหวังทำกำไรจากราคาที่ลดลง) เพื่อรับประโยชน์จากการคาดการณ์ว่าราคาจะอ่อนตัว
หุ้นเผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยที่อาจสูงขึ้น
สำหรับตลาดหุ้น ความเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยจะสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันต่อดัชนี KOSPI โดยหากอิงจากการตอบสนองของตลาดต่อการขึ้นดอกเบี้ยตลอดปี 2025 หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต (growth stocks: หุ้นที่คาดกำไรโตสูงในอนาคต) มักอ่อนไหวต่อ “ต้นทุนการกู้ยืม” ที่เพิ่มขึ้น เรามองว่าการป้องกันความเสี่ยงของสถานะถือหุ้นด้วยพุตออปชัน KOSPI 200 (put option: สิทธิในการขาย เพื่อคุ้มครองพอร์ตเมื่อราคาลง) เป็นทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า