ทีมกลยุทธ์ระดับโลกของ TD Securities คาดว่ายอดค้าปลีกสหรัฐเดือนมีนาคมจะเพิ่มขึ้น 1.7% เทียบรายเดือน สูงกว่าคาดการณ์เฉลี่ยของตลาดที่ 1.4% โดยชี้ว่าปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และยอดขายรถยนต์น่าจะทรงตัว
ทีมคาดว่า “กลุ่มควบคุมยอดค้าปลีก” (Retail sales control group: ตัวเลขย่อยที่ตัดหมวดผันผวนอย่างรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และบริการอาหารออก เพื่อใช้ประเมินการบริโภคที่นำไปคำนวณ GDP) จะเพิ่มขึ้น 0.6% เทียบรายเดือน สูงกว่าที่ตลาดคาด 0.2% พร้อมระบุว่าราคา “สินค้าหลัก” ที่ยังสูง (Core goods inflation: เงินเฟ้อของสินค้าไม่รวมอาหารและพลังงาน) อาจช่วยหนุนตัวเลขรวม
ยอดขายบริการอาหาร และความเสี่ยงจากเหตุการณ์สำคัญ
ยอดขาย “บริการอาหาร” (Food services: หมวดร้านอาหาร/บริการที่เกี่ยวกับอาหาร ซึ่งเป็นหมวดบริการเดียวในรายงานนี้) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.7% โดยข้อมูลจะประกาศช่วงเช้า และตลาดจับตาควบคู่กับปัจจัยเสี่ยงจากเหตุการณ์อื่น
ตลาดยังให้ความสำคัญกับการไต่สวนในคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา (Senate Banking Committee hearing: เวทีซักถามก่อนรับตำแหน่ง) ของ Kevin Warsh สำหรับการเสนอชื่อเป็นประธานเฟด (Fed Chair: ประธานธนาคารกลางสหรัฐ) โดยถ้อยแถลงที่เตรียมไว้ยืนยัน “ความเป็นอิสระของเฟด” (Fed independence: การตัดสินใจนโยบายไม่ถูกการเมืองแทรกแซง) และมีท่าที “เข้มงวดต่อเงินเฟ้อ” (Hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ แม้อาจต้องคง/ขึ้นดอกเบี้ย) พร้อมทบทวนนโยบายอัตราดอกเบี้ยและงบดุล (Balance sheet policy: การซื้อ/ขายสินทรัพย์ของเฟดที่มีผลต่อสภาพคล่อง)
ความคืบหน้าในตะวันออกกลางก็อยู่ในเรดาร์ รวมถึงการเจรจาที่เริ่มในปากีสถาน วันจันทร์ที่ผ่านมา “เส้นอัตราผลตอบแทนเกิดภาวะแบนลงแบบฝั่งขาขึ้นผลตอบแทน” (Bear flattening: อัตราผลตอบแทนระยะสั้นปรับขึ้นแรงกว่าระยะยาว ทำให้ส่วนต่างแคบลง) หลังช่องแคบถูกปิดอีกครั้งช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่หุ้นปรับลงไม่มาก