จีนนำเข้าโลหะเงินทำสถิติสูงสุดในเดือนมีนาคม โดยได้แรงหนุนจากความต้องการของผู้ซื้อรายย่อยและภาคพลังงานแสงอาทิตย์ ปริมาณนำเข้าเพิ่มขึ้นราว 836 ตัน อ้างอิงข้อมูลจากศุลกากรจีน
ระดับดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยเดือนมีนาคมในรอบ 10 ปีอย่างมากที่ประมาณ 306 ตัน ช่วงต้นปี ความต้องการภายในประเทศที่แข็งแกร่งดันราคาโลหะเงินในจีนให้สูงกว่าราคาตลาดต่างประเทศ และทำให้เกิดกระแส “อาร์บิทราจ” (การซื้อขายทำกำไรจากส่วนต่างราคา ระหว่างตลาดสองแห่ง)
ราคาโลหะเงินอ่อนตัวหลังนำเข้าพุ่งทำสถิติ
ต่อมา ราคาโลหะเงินปรับตัวลงจากจุดสูงสุดของเดือนมกราคม ความต้องการซื้อจากรายย่อยก็เริ่มชะลอลง
จับตาพรีเมียมเซี่ยงไฮ้-ลอนดอนเพื่อหาโอกาสอาร์บิทราจ
นักลงทุนควรติดตาม “พรีเมียม” (ส่วนต่างราคา) ระหว่างราคาโลหะเงินในตลาดล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Futures Exchange: ตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าของจีน) กับราคาที่ลอนดอน ซึ่งขณะนี้อยู่ราว 4-5% แม้ยังไม่สูงระดับสองหลักเหมือนช่วงพีกต้นปี 2025 แต่ช่องว่างนี้สะท้อนว่าความต้องการในภูมิภาคยังมากกว่าปริมาณโลหะเงินที่มีในตลาดโลก และเป็นตัวจุดชนวนสำคัญต่อกระแสอาร์บิทราจที่อาจกระทบราคาทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
เมื่อมีโอกาสเกิดการปรับขึ้นแรง กลยุทธ์หนึ่งคือซื้อ “คอลออปชัน” ระยะใกล้ (สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนด ภายในเวลาที่กำหนด) เพื่อจำกัดความเสี่ยง เพราะที่ผ่านมาแรงซื้อรายย่อยมักลดลงเร็วหลังราคาพุ่ง ทำให้ราคาย่อตัว ออปชันจึงช่วยให้มีโอกาสรับผลบวกหากราคาขยับขึ้น แต่จำกัดขาดทุนหากตลาดกลับทิศทาง
อีกจุดที่ควรจับตาคือ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนผ่านราคาออปชัน) ของออปชันโลหะเงิน ซึ่งเคยพุ่งมากกว่า 30% ในไตรมาสแรกปี 2025 ระหว่างที่ราคาปรับขึ้นแรง หากคาดว่าจะมีการแกว่งตัวครั้งใหญ่แต่ไม่มั่นใจทิศทาง กลยุทธ์ที่อิงความผันผวนอาจเหมาะสม เช่น “ลอง สแตรดเดิล” (long straddle: ซื้อคอลและพุทพร้อมกันเพื่อหวังได้กำไรจากการเคลื่อนไหวแรง ไม่ว่าขึ้นหรือลง) เพื่อรับโอกาสจากการแกว่งตัวในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า