ความเห็นของผู้ว่าการอุเอดะในช่วงต้นปีเคยสื่อถึงทิศทางนโยบายการเงินที่ “ตึงตัวขึ้น” (tightening หมายถึงการลดการผ่อนคลายนโยบาย เช่น ปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือคุมสภาพคล่องให้เข้มงวดขึ้น) แต่ถ้อยแถลงของเขาในการประชุม IMF ที่กรุงวอชิงตันกลับระมัดระวังมากกว่า การเปลี่ยนโทนนี้ทำให้นักพยากรณ์บางรายตั้งคำถามว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 เมษายนหรือไม่
ผลสำรวจของ Reuters พบว่า “สองในสาม” ของผู้ติดตาม BoJ คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย “ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน” และยังระบุว่าโอกาสขยับในเดือนเมษายนหรือมิถุนายนถูกมองว่าใกล้เคียงกัน
Domestic Data And Policy Signals
ข้อมูลในประเทศล่าสุดชี้ว่าค่าจ้างที่แท้จริง (real wages คือค่าจ้างหลังหักผลของเงินเฟ้อ ทำให้เห็นกำลังซื้อจริง) เดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year on year คือเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) นับเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ซึ่งตลาดติดตามเพื่อดูว่าอุปสงค์ในประเทศ (domestic demand คือความต้องการซื้อ/ใช้จ่ายภายในประเทศ) เริ่มแข็งแรงขึ้นหรือไม่
ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ระดับประเทศของญี่ปุ่นสำหรับเดือนมีนาคมมีกำหนดเผยแพร่วันที่ 24 เมษายน โดยผู้กำหนดนโยบายมีแนวโน้มจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินแนวทางนโยบายในระยะสั้น
โทนที่ระมัดระวังของผู้ว่าการอุเอดะในการประชุม IMF ล่าสุดทำให้ภาพการขึ้นดอกเบี้ยเดือนเมษายนไม่ชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ความคาดหวังขยับ โดยหลายฝ่ายมองว่าการประชุมเดือนมิถุนายนมีโอกาสพอ ๆ กัน ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นนี้กำลังสร้างโอกาสในตลาดอนุพันธ์ (derivatives คือสัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน)
ความลังเลดังกล่าวสะท้อนผ่านออปชันเงินเยน (yen options คือสัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายเงินเยนในราคาและเวลาที่กำหนด) โดย “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility คือระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ระยะ 1 เดือนของ USD/JPY ปรับขึ้นสู่ 11.5% จากราว 9.0% เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน สะท้อนว่าตลาดเตรียมรับการเคลื่อนไหวแรงของเงินเยน ไม่ว่า BoJ จะตัดสินใจวันที่ 28 เมษายนหรือไม่ ผู้ลงทุนควรเตรียมรับความผันผวนสูงต่อเนื่องจนกว่าจะพ้นการประชุม
Volatility Strategies Into Key Catalysts
ตลาดจับตาตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI คือดัชนีวัดระดับราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) ระดับประเทศที่จะออกวันศุกร์ที่ 24 เมษายน โดยเน้น “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (core inflation คือเงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนมาก เช่น อาหารสดและพลังงาน เพื่อดูแนวโน้มราคาแท้จริง) ซึ่งคาดที่ 2.7% เพื่อดูว่าสอดคล้องกับสัญญาณกำลังซื้อจากการโตของค่าจ้างที่แท้จริง 1.9% ในเดือนกุมภาพันธ์หรือไม่ หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนเมษายนจะกลับมาเด่นชัด
ดังนั้น การเข้าซื้อความผันผวน (buying volatility คือวางกลยุทธ์ให้ได้ประโยชน์เมื่อราคาขยับแรง ไม่ว่าขึ้นหรือลง) ผ่านเครื่องมืออย่าง “สแตรดเดิล” หรือ “สแตรงเกิล” (straddle/strangle คือการซื้อออปชันทั้งฝั่งขึ้นและลง พร้อมกัน เพื่อทำกำไรเมื่อราคาเหวี่ยงแรง) ของ USD/JPY ที่หมดอายุช่วงปลายเดือนเมษายน อาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม แนวทางนี้สามารถทำกำไรจากการแกว่งตัวแรงได้โดยไม่ต้องทายให้ถูกว่า BoJ จะตัดสินใจอย่างไร หาก CPI แข็งแกร่งมาก อาจพิจารณากลยุทธ์เชิงทิศทางมากขึ้น เช่น ซื้อคอลออปชันเงินเยน (yen call option คือสิทธิในการซื้อเงินเยน/ได้ประโยชน์เมื่อเงินเยนแข็งค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินอ้างอิง)