ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ ดันดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: DXY—ดัชนีที่วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) กลับเข้าใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day moving average—ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 200 วัน ใช้ดูแนวโน้มระยะยาว) แถว 98.500 หลังจากวันศุกร์ทำจุดต่ำที่ 97.632 พร้อมกับราคาน้ำมันเบรนท์ (Brent—น้ำมันดิบมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก) ปรับขึ้น และกดดันสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวนสูง (high beta commodity currencies—สกุลเงินที่มักแกว่งแรงตามความเสี่ยง/ราคาสินค้าโภคภัณฑ์)
ความไม่แน่นอนรอบสถานการณ์สหรัฐ–อิหร่านที่กลับมาใหม่ช่วยหนุนการเคลื่อนไหวดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้ตลาดคาดว่าจะผ่อนคลายความตึงเครียด และช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz—เส้นทางเดินเรือส่งออกน้ำมันสำคัญของโลก) จะกลับมาเปิดใช้งาน รายงานระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐยิงและเข้าควบคุมเรือบรรทุกสินค้าที่ชักธงอิหร่านในอ่าวโอมาน และถูกอธิบายว่าเป็นการยึดครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐเริ่มมาตรการปิดกั้นช่องแคบ
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และความแข็งแกร่งของดอลลาร์
รายงานอื่นระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC—หน่วยกำลังสำคัญของอิหร่าน) ยิงใส่เรือพาณิชย์หลายลำในช่องแคบ อีกทั้งมีรายงานว่าอิหร่านกลับมาใช้ “การควบคุมเข้มงวด” หลังเคยระบุช่วงสั้น ๆ เมื่อวันศุกร์ว่ามีการเปิดช่องแคบแล้ว
พัฒนาการเหล่านี้เพิ่มความไม่แน่นอนว่า จะมีการเจรจาเพิ่มเติมก่อนที่การหยุดยิง 2 สัปดาห์ (two-week ceasefire—ข้อตกลงหยุดปะทะชั่วคราว) จะสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้หรือไม่
แนวคิดการป้องกันความเสี่ยงด้วยออปชัน
จากบทเรียนที่ราคาน้ำมันเบรนท์ตอบสนองรวดเร็วต่อปฏิบัติการทางเรือในอ่าวโอมานเมื่อปีก่อน ควรพิจารณาซื้อคอลออปชัน (call options—สิทธิในการซื้อในราคาที่กำหนด) บนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมัน (oil futures—สัญญาที่ตกลงซื้อขายน้ำมันในอนาคตตามราคาที่กำหนด) ปัจจุบันราคาเบรนท์ทรงตัวแถว 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้คอลออปชันระยะสั้นเป็นวิธีต้นทุนไม่สูงในการเตรียมรับความเสี่ยงที่อาจพุ่งขึ้นกะทันหัน แนวทางนี้ช่วยป้องกันความเสี่ยงโดยตรง หากการไหลของน้ำมันผ่านช่องแคบถูกรบกวน
ควรจับตาคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวนสูง ซึ่งมักอ่อนค่าลงเมื่อเกิดภาวะปิดรับความเสี่ยง (risk-off—นักลงทุนลดการถือสินทรัพย์เสี่ยง) การพิจารณาพุทออปชัน (put options—สิทธิในการขายในราคาที่กำหนด) บนดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) หรือดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) เทียบดอลลาร์สหรัฐ อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสม กลยุทธ์นี้เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่มักได้ผล หากเงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (flight to safety—ย้ายเงินไปสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำ) อย่างดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า