ราคาเงินปรับลดลงในวันจันทร์ โดย XAG/USD อยู่ที่ 79.45 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ลดลง 1.67% จาก 80.80 ดอลลาร์ในวันศุกร์
ตั้งแต่ต้นปี ราคาเงินเพิ่มขึ้น 11.77% โดยราคาอยู่ที่ 2.55 ดอลลาร์ต่อกรัม
ภาพรวมตลาดเงิน (Silver Market Snapshot)
อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold/Silver ratio: ตัวเลขที่ใช้เปรียบเทียบ “มูลค่า/ราคา” ของทองคำเทียบกับเงิน โดยคำนวณจากราคาทองคำหารด้วยราคาเงิน) อยู่ที่ 60.32 ในวันจันทร์ จาก 59.78 ในวันศุกร์
เงินเป็นโลหะมีค่า มักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่า (store of value: ทรัพย์สินที่ช่วยรักษามูลค่าไว้เมื่อเวลาผ่านไป) และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (medium of exchange: ใช้ชำระค่าสินค้า/บริการแทนเงินสดในบางบริบท) ผู้ลงทุนสามารถซื้อได้ในรูปเหรียญหรือแท่ง หรือซื้อขายผ่านกองทุนอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund: กองทุนที่ซื้อขายในตลาดหุ้นเหมือนหุ้น) ที่อ้างอิงราคาของเงิน
ราคาสามารถได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk: ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ/สงคราม/มาตรการคว่ำบาตร) และความกังวลเศรษฐกิจถดถอย (recession concerns: ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจหดตัว) ซึ่งทำให้ความต้องการไหลไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven assets: สินทรัพย์ที่คนมักซื้อเมื่อความเสี่ยงสูง เช่น ทองคำ) โดยทั่วไป ราคาเงินมักได้แรงหนุนเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง และได้รับอิทธิพลจากเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะมีการตั้งราคาเป็นดอลลาร์
ความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรมก็มีผลต่อราคาเงิน เช่น ความต้องการจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และพลังงานแสงอาทิตย์ เงินมีความสามารถนำไฟฟ้าสูงกว่าทองแดงและทองคำ ดังนั้นภาวะอุปสงค์ในสหรัฐ จีน และอินเดีย อาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวได้
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของราคาเงิน (Key Drivers For Silver)
ราคาเงินมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับทองคำ อัตราส่วนทองคำต่อเงินใช้เพื่อเปรียบเทียบความแข็งแกร่งเชิงสัมพัทธ์ของทั้งสองสินทรัพย์