นักวิเคราะห์ของ Deutsche Bank รายงานว่าหุ้นสหรัฐปรับขึ้นแรง โดยดัชนี S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากความหวังว่าความตึงเครียดอิหร่าน–สหรัฐจะคลี่คลาย และราคาน้ำมันปรับลดลง โดยมองว่าปัจจัยหนุนมาจากความกังวล “สแตกเฟลชัน” ลดลง (ภาวะเศรษฐกิจโตช้าแต่เงินเฟ้อสูง) และได้แรงช่วยจากต้นทุนพลังงานที่ถูกลง
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 4.54% ตลอดสัปดาห์ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 และปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 7,126 หลังบวก 1.20% ในวันศุกร์ นอกจากนี้ยังทะลุ 7,000 เป็นครั้งแรกในวันพุธ
Nasdaq Breakout And Momentum
ดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 6.84% ตลอดสัปดาห์ และบวก 1.52% ในวันศุกร์ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยยืดช่วง “ปิดบวกต่อเนื่อง” เป็น 13 วันติดต่อกัน (ชนะต่อเนื่อง) ยาวที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992
นักวิเคราะห์เตือนว่า “แรงรีบาวด์ของตลาดระหว่างมีความขัดแย้ง” อาจกลับทิศได้ หากความคาดหวังเรื่องสันติภาพอ่อนแรง โดยยกตัวอย่างช่วงต้นสงครามยูเครน เมื่อ S&P 500 ดีดขึ้นมากกว่า 10% ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ก่อนที่ความหวังเรื่องการยุติความขัดแย้งอย่างรวดเร็วจะไม่เกิดขึ้นจริง
Derivatives Hedging And Volatility
ภายใต้ภาพรวมนี้ ควรจับตา “ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง” ในตลาดอนุพันธ์ (เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าอ้างอิงสินทรัพย์อื่น เช่น ดัชนีหุ้น) โดยดัชนี VIX ซึ่งใช้วัด “ความผันผวนที่ตลาดคาดการณ์” (ระดับความแกว่งของราคาในอนาคตที่นักลงทุนประเมินผ่านราคาออปชัน) ลดลงมาอยู่ที่ 13.2 ต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ทำให้ “ออปชัน” มีราคาค่อนข้างถูก (ออปชันคือสัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด ไม่ใช่ภาระผูกพัน)
กลยุทธ์ตรงไปตรงมาคือซื้อ “พุตออปชัน” บนดัชนีหลัก เช่น SPX และ QQQ เพื่อทำ “เฮดจ์” (ลดความเสี่ยง) หากตลาดปรับลง โดยพุตออปชันคือสิทธิในการขายที่ราคาที่กำหนด ซึ่งมักได้ประโยชน์เมื่อราคาปรับลง ขณะที่ Nasdaq เพิ่งปิดบวกต่อเนื่อง 13 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1992 สะท้อนว่าตลาด “ขึ้นแรงเกินไปในระยะสั้น” ตามสถิติ นอกจากนี้ข้อมูลสัปดาห์ก่อนชี้ว่าปริมาณการซื้อ “คอลออปชัน” (สิทธิในการซื้อ มักได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) ทำจุดสูงสุดในรอบ 24 เดือน ซึ่งมักเป็นสัญญาณ “เชิงบวกมากเกินไป” และอาจนำไปสู่การพักฐานของตลาด
นอกจากนี้ยังใช้อินสตรูเมนต์อนุพันธ์เจาะกลุ่มที่ไวต่อความเสี่ยงจากการเจรจาสะดุด เช่น ออปชันบน ETF กลุ่มพลังงาน ซึ่งจะตอบสนองทันทีหากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซกลับมารุนแรง (เส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก) การซื้อพุต หรือทำ “พุตสเปรด” (ซื้อพุตหนึ่งสัญญาและขายพุตอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิต่างกัน เพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไร/ความคุ้มครอง) อาจเป็นวิธีเฮดจ์ที่มีประสิทธิภาพ หากแรงหนุนหลักของรอบตลาดขึ้นครั้งนี้หายไปอย่างรวดเร็ว