GBP/USD ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ หลังเปิดตลาดวันจันทร์ด้วย “ช่องว่างราคา” ฝั่งขาลง (bearish gap: ราคาเปิดกระโดดลงจากราคาปิดก่อนหน้าโดยไม่มีการซื้อขายคั่น) และกลับขึ้นมาเหนือ 1.3500 ในช่วงเช้าตลาดยุโรป โดย “ปิดช่องว่างรายสัปดาห์” (filled the weekly gap: ราคากลับไปแตะระดับที่ทำให้ช่องว่างระหว่างวันปิด-วันเปิดหายไป) หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง
ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงแรก (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนเข้าถือเมื่อเสี่ยงสูง) แต่ดอลลาร์ไม่สามารถยืนบวกได้ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังตลาดลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย (Fed: ธนาคารกลางสหรัฐ) ขณะที่ภาพรวมแนวโน้มของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังดู “ตึงตัวกว่า” เมื่อเทียบกัน (หมายถึงโอกาสลดดอกเบี้ยน้อยกว่า/ช้ากว่า)
Technical Picture And Key Levels
บนกราฟ 4 ชั่วโมง คู่เงินเคยทะลุขึ้นเหนือ “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย” 200 ช่วงเวลา (200-period SMA: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 200 แท่ง ใช้ดูแนวโน้ม) แต่การปรับขึ้นไปหยุดใกล้ระดับ “ฟีโบนัชชีรีเทรซเมนต์” 61.8% แถว 1.3600 (Fibonacci retracement: ระดับสัดส่วนที่นักเทคนิคใช้คาดแนวรับ-แนวต้านจากการย่อตัวของราคา) สัญญาณโมเมนตัมคละกัน โดย RSI ใกล้ 48 (RSI: ดัชนีวัดแรงซื้อขาย ค่ากลางอยู่ราว 50) และ MACD ติดลบเล็กน้อย (MACD: ตัวชี้วัดความต่างของเส้นค่าเฉลี่ยเพื่อดูทิศทาง/แรงของแนวโน้ม)
แนวต้านอยู่ที่ 1.3600 จากนั้นคือระดับฟีโบนัชชี 78.6% ที่ 1.3716 และบริเวณจุดสูงสุดของรอบ (cycle high: จุดสูงสำคัญของรอบการขึ้นก่อนหน้า) แถว 1.3868 ส่วนแนวรับอยู่ที่ระดับ 50% ที่ 1.3512 ระดับ 38.2% ที่ 1.3428 เส้น SMA 200 ช่วงเวลาที่ 1.3364 จากนั้น 1.3324 และ 1.3156