ราคาทองคำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปรับลดลงในวันจันทร์ อ้างอิงข้อมูลจาก FXStreet โดยราคาทองคำอยู่ที่ 565.51 ดีแรห์มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) ต่อกรัม ลดลงจาก 570.31 AED ในวันศุกร์
ราคาทองคำลดลงมาอยู่ที่ 6,595.88 AED ต่อ “โทลา” (tola: หน่วยชั่งน้ำหนักที่นิยมในเอเชียใต้ เทียบราว 11.66 กรัม) จาก 6,652.04 AED ในวันศุกร์ ขณะที่ราคาอื่น ๆ อยู่ที่ 5,655.11 AED ต่อ 10 กรัม และ 17,588.24 AED ต่อ “ทรอยออนซ์” (troy ounce: หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า เท่ากับ 31.1035 กรัม)
วิธีคำนวณราคาทองคำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
FXStreet คำนวณราคาทองคำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยนำราคาทองคำโลกมาแปลงผ่านอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ/ดีแรห์ม (USD/AED) แล้วปรับเป็นหน่วยท้องถิ่น โดยอัปเดตราคาทุกวันตามราคาตลาด ณ เวลาที่เผยแพร่ ข้อมูลนี้ใช้เพื่อการอ้างอิง เพราะราคาหน้าร้านในประเทศอาจแตกต่างกัน
ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด และอาจซื้อทองเพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง (reserves: สินทรัพย์สำรองของประเทศ เช่น เงินตราต่างประเทศและทองคำ) ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ธนาคารกลางซื้อทองเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์รายปี
โดยทั่วไป ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และอาจสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ปัจจัยที่มีผลต่อราคา ได้แก่ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitics: ความตึงเครียดระหว่างประเทศ), ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย (recession), อัตราดอกเบี้ย และความแข็งแกร่งของดอลลาร์ เพราะทองคำกำหนดราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ
ครั้งนี้ราคาทองคำอ่อนตัวเล็กน้อย มองเป็น “การย่อตัวระยะสั้น” (pullback: ราคาถอยลงชั่วคราวหลังขึ้นแรง) มากกว่าการเปลี่ยนทิศทางหลัก หลังจากราคาปรับขึ้นแรงตลอดปีที่ผ่านมา ผู้ซื้อขาย “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาทางการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) อาจใช้จังหวะนี้ประเมินการเปิดสถานะใหม่
แนวโน้มการซื้อขายทองคำ
ภาพพื้นฐานของทองคำยังแข็งแกร่งจากทิศทางดอกเบี้ยที่เริ่มเปลี่ยนไป หลังจากการขึ้นดอกเบี้ยแรงในช่วงปี 2025 ธนาคารกลางหลักส่งสัญญาณไปสู่การ “ผ่อนคลายนโยบายการเงิน” (easing: ลดดอกเบี้ยหรือเพิ่มสภาพคล่อง) เมื่อดอกเบี้ยลดลง ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ “ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย” (non-yielding: ไม่จ่ายดอกเบี้ยเหมือนพันธบัตร/เงินฝาก) มักน่าสนใจมากขึ้น และคาดว่าแรงหนุนนี้จะเห็นชัดในช่วงเดือนข้างหน้า
การซื้อทองของธนาคารกลางยังช่วยพยุงราคา โดยแนวโน้มเร่งตัวตั้งแต่สถิติการซื้อปี 2022 ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าธนาคารกลาง โดยเฉพาะในประเทศเกิดใหม่ ยังเป็น “ผู้ซื้อสุทธิ” (net buyer: ซื้อรวมมากกว่าขาย) จำนวนมากในช่วงต้นปี 2026 โดยดูดซับทองมากกว่า 800 ตันในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา อุปสงค์ที่ต่อเนื่องช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านขาลง และสะท้อนว่าผู้เล่นสถาบันยังมองบวก
ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังหนุนราคา โดยความตึงเครียดทางการค้าที่กลับมาเพิ่มความไม่แน่นอนทั่วโลก สภาพแวดล้อมแบบนี้มักกดดันดอลลาร์ และดอลลาร์มีความสัมพันธ์แบบสวนทางกับราคาทองคำ ดอลลาร์ที่อ่อนลงทำให้ทองคำถูกลงสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ ช่วยเพิ่มความต้องการทองคำได้อีก
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ การย่อตัวล่าสุดอาจเป็นจังหวะเข้าซื้อสำหรับกลยุทธ์ขาขึ้น ผู้ซื้อขายอาจพิจารณาซื้อ “คอลออปชัน” (call option: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาและเวลาที่กำหนด) หรือทำ “บูลคอลสเปรด” (bull call spread: ซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิต่ำ และขายคอลที่ราคาใช้สิทธิสูง เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) เพื่อรับโอกาสจากการปรับขึ้นที่คาดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยยังควบคุมความเสี่ยงในตลาดที่ผันผวน