NZD/USD ลดช่วงลบลงและซื้อขายใกล้ 0.5880 ในช่วงเช้าวันจันทร์ของตลาดเอเชีย โดยขยับกลับไปทาง 0.5900 หลังนิวซีแลนด์เปิดเผยตัวเลขการค้าเดือนมีนาคมเกินดุล (ส่งออกมากกว่านำเข้า) 698 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากที่เดือนกุมภาพันธ์ขาดดุล 365 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์
การขาดดุลการค้ารายปีของนิวซีแลนด์อยู่ที่ 3.2 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ในเดือนมีนาคม เทียบกับ 3.1 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ในเดือนก่อนหน้า การส่งออกเพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.94 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 9.6% เป็น 7.25 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์
China Policy Rates Unchanged
ที่จีน ธนาคารกลางจีน (PBoC) คงอัตรา Loan Prime Rate (LPR: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ธนาคารใช้ตั้งราคาสินเชื่อ) ในวันจันทร์ โดย LPR อายุ 1 ปีคงที่ 3.00% และ LPR อายุ 5 ปีคงที่ 3.50%
คู่เงินยังถูกกดดันจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่ได้แรงหนุนจากความต้องการ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven: สินทรัพย์ที่นักลงทุนถือเมื่อกังวลความเสี่ยง) จากความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านที่กลับมาร้อนแรง IRNA รายงานว่าอิหร่านปฏิเสธกลับไปเจรจากับเจ้าหน้าที่สหรัฐ โดยอ้าง “ความคาดหวังที่ไม่เป็นจริง”
อิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยสัญญาณเปิดชั่วคราวในวันศุกร์ถูกยกเลิกในวันเสาร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธยกเลิกการปิดกั้นท่าเรือของอิหร่าน
ทรัมป์ระบุบน Truth Social ว่าผู้แทนสหรัฐจะเดินทางไปอิสลามาบัดเพื่อเจรจากับอิหร่านในวันจันทร์ และเตือนถึงความเป็นไปได้ของปฏิบัติการต่อโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน รวมถึงโรงไฟฟ้าและสะพาน
Risk Sentiment And Market Volatility
มองว่าปัจจัยบวกจากการเกินดุลการค้าของนิวซีแลนด์ถูกกลบด้วยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ใหญ่กว่า แม้การส่งออกทำสถิติสูงสุดเป็นสัญญาณบวกในประเทศ แต่ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านกำลังกระตุ้น “การหนีความเสี่ยง” (risk-off: นักลงทุนลดสินทรัพย์เสี่ยงไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ดอลลาร์) ซึ่งมีแนวโน้มเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของ NZD/USD ในระยะสั้น
ข่าวเศรษฐกิจและการเมืองที่สวนทางกันมักทำให้ราคาแกว่งแรง คาดว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่คำนวณจากราคาสัญญาออปชัน) ในตลาดเงินจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคู่เงินที่อ่อนไหวต่อการค้าโลกและความเสี่ยง ภาวะแบบนี้ทำให้การใช้ออปชันเพื่อเก็งกำไรจากความผันผวน อาจเหมาะกว่าการเดิมพันทิศทางราคาแบบตรงไปตรงมา
การปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นความเสี่ยงใหญ่ต่ออุปทานพลังงานโลก เพราะในอดีตมีน้ำมันมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวันผ่านเส้นทางนี้ สถานการณ์คล้ายช่วงต้นสงครามยูเครนปี 2022 ที่ราคาพลังงานพุ่งและความไม่แน่นอนหนุนดอลลาร์สหรัฐอย่างมาก หากปิดต่อเนื่องอาจทำให้ภาพซ้ำเดิม และกดดันเงิน “กีวี” (Kiwi: ชื่อเรียกเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์) เพิ่มขึ้น
แม้จีนคง LPR จะช่วยพยุงบรรยากาศได้บ้าง แต่ไม่ได้เพิ่ม “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ” (stimulus: การลดดอกเบี้ย/อัดฉีดสภาพคล่องเพื่อหนุนกิจกรรมเศรษฐกิจ) เศรษฐกิจนิวซีแลนด์พึ่งพาอุปสงค์จากจีนสูง ทำให้กีวีเสี่ยงหากเศรษฐกิจคู่ค้าหลักชะลอ การไม่มีสัญญาณสนับสนุนใหม่จาก PBoC ทำให้ฐานของการส่งออกที่ทำสถิติสูงสุดดูเปราะบางขึ้น
ดอลลาร์สหรัฐยังเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” หลักในยามวิกฤตระหว่างประเทศ โดยในปี 2022 ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) เคยทำจุดสูงสุดในรอบหลายทศวรรษท่ามกลางความปั่นป่วนทั่วโลก และสถานการณ์กับอิหร่านอาจหนุนการแข็งค่าลักษณะเดียวกัน ถ้อยแถลงเชิงกดดันของทรัมป์และการเจรจาที่ไม่คืบหน้า ชี้ว่าดอลลาร์มีโอกาสแข็งต่อ