ข้อมูลจาก CFTC ของสหรัฐฯ ระบุว่า สถานะสุทธิ (Net positions) ของ S&P 500 ลดลงมาอยู่ที่ -115.8K จากระดับก่อนหน้าที่ -45.7K
เรากำลังเห็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการเดิมพันฝั่งขาลงต่อ S&P 500 โดย “สถานะขายสุทธิ” (Net short: จำนวนสัญญาที่เดิมพันว่าราคาจะลงลบด้วยจำนวนสัญญาที่เดิมพันว่าราคาจะขึ้น) ของกลุ่มนักเก็งกำไรมากกว่าทวีคูณ สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อการปรับฐานของตลาดกำลังเพิ่มขึ้น นี่เป็นการถือสถานะ “ชอร์ต” (Short: ทำกำไรเมื่อราคาลดลง) ที่เข้มข้นที่สุดในรอบมากกว่า 6 เดือน
Speculative Positioning Turns More Bearish
การเปลี่ยนแปลงของมุมมองนี้เกิดขึ้นหลังข้อมูลเงินเฟ้อสัปดาห์ก่อน โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่าย) เดือนมีนาคม 2026 ออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.8% ทำให้ความหวังเรื่องการ “ลดดอกเบี้ย” ช่วงฤดูร้อนจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ลดลง ขณะเดียวกัน ยอดค้าปลีก (Retail sales: มูลค่าการขายสินค้าของร้านค้า/ผู้ประกอบการ) เดือนมีนาคมหดตัวโดยไม่คาดคิด 0.4% บ่งชี้ว่ากำลังซื้อผู้บริโภคเริ่มอ่อนแรง ภาพ “เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอ” กำลังกดดันความเชื่อมั่นตลาด
สำหรับผู้ซื้อขาย “อนุพันธ์” (Derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดัชนี หุ้น) สถานการณ์นี้ชี้ว่าช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าอาจผันผวนมากขึ้น โดย VIX (ดัชนีความผันผวนที่สะท้อนความคาดหวังความผันผวนของตลาด) กระโดดจาก 15 ไปเหนือ 19 ใน 10 วันที่ผ่านมา ทำให้พุตออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยงมีราคาแพงขึ้น แต่ก็อาจจำเป็นมากขึ้นสำหรับผู้ที่ถือหุ้นหรือพอร์ต “ฝั่งซื้อ” (Long: ได้ประโยชน์เมื่อราคาเพิ่มขึ้น)
ในบริบทนี้ ผู้ลงทุนอาจพิจารณา “ป้องกันความเสี่ยง” (Hedging: ลดผลกระทบหากตลาดลง) เช่น ซื้อพุตออปชัน (Put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาอ้างอิง เพื่อคุ้มครองเมื่อราคาลดลง) หรือทำ “พุตเดบิตสเปรด” (Put debit spread: กลยุทธ์ซื้อพุตราคาใช้สิทธิหนึ่งและขายพุตอีกระดับ เพื่อลดต้นทุนแลกกับจำกัดกำไร) บนดัชนีอย่าง SPX หรือกองทุน ETF อย่าง SPY เพื่อกันความเสี่ยงขาลง ส่วนผู้ที่ต้องการเปิดสถานะใหม่ กระแสขาลงที่เพิ่มขึ้นอาจหมายถึงควรรอให้ทิศทางตลาดชัดเจนขึ้น หรือรอจังหวะราคาปรับลงแรงก่อนค่อยเข้าซื้อ
ควรจำเหตุการณ์ช่วงปลายปี 2025 ที่ตลาดมีสถานะขาลงหนาแน่นมาก (Crowded: คนจำนวนมากถือฝั่งเดียวกัน) ซึ่งท้ายที่สุดนำไปสู่การดีดตัวแรงช่วงปลายปี เพราะผู้ที่ชอร์ตต้อง “ปิดชอร์ต” (Cover: ซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขาย) แม้ข้อมูลเศรษฐกิจปัจจุบันทำให้ต้องระวัง แต่เมื่อมุมมองเอนเอียงไปด้านเดียวมาก ตลาดอาจเสี่ยง “กลับทิศฉับพลัน” หากมีข่าวดีเพียงเล็กน้อย