ข้อมูล CFTC ของญี่ปุ่นระบุว่า “สถานะสุทธิของเงินเยน (JPY) ในกลุ่มผู้เล่นที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์” ปรับขึ้นมาอยู่ที่ ¥-83.2K จากเดิม ¥-93.7K
ตัวเลขนี้หมายความว่า ปริมาณ “สถานะขายสุทธิ” ของเงินเยนลดลงในรอบการรายงานล่าสุด
การเก็งกำไรเริ่มมองลบน้อยลง
กำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของการวางสถานะเก็งกำไรต่อเงินเยนญี่ปุ่น โดย “สถานะขายสุทธิ” ลดลง สะท้อนว่านักลงทุนรายใหญ่เริ่มซื้อคืน (ปิดสถานะขาย) จากการเดิมพันว่าเงินเยนจะอ่อนค่าต่อเนื่อง นี่เป็นการลดมุมมองเชิงลบต่อเยนที่เด่นชัดครั้งแรกในรอบหลายเดือน
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ค่าเงิน USD/JPY (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อเยน) ทดสอบระดับ 170 ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นออกคำเตือนด้วยวาจาอย่างหนักตลอดเดือนมีนาคม 2026 ข้อมูลการถือครองสถานะนี้บ่งชี้ว่า ตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่รัฐจะ “แทรกแซงตลาดโดยตรง” มากขึ้น (คือการที่หน่วยงานรัฐเข้าไปซื้อ/ขายเงินตราจริงเพื่อกดหรือพยุงค่าเงิน) ย้อนกลับไปปลายปี 2024 การแทรกแซงแบบไม่คาดหมายเคยทำให้คู่เงินนี้กลับทิศอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ควรลดกลยุทธ์ที่ “เชื่อว่าดอลลาร์จะแข็งต่อเยน” แบบตรงไปตรงมาใน USD/JPY และพิจารณากลยุทธ์ “ออปชัน (Options: สัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด)” เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือทำกำไรจากการปรับลง เช่น การซื้อ “Put Spread” (กลยุทธ์ออปชันที่ซื้อ Put หนึ่งตัวและขาย Put อีกตัวในระดับราคาต่างกัน เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) อีกทางเลือกคือการขาย “Call แบบ Out-of-the-money” (Call ที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน) เพื่อรับรายได้จากค่าเบี้ยประกัน โดยขณะนี้ “ความผันผวนแฝง (Implied Volatility: ตัวเลขที่สะท้อนความผันผวนที่ตลาดคาดไว้จากราคาออปชัน)” อยู่ในระดับสูงจากความเสี่ยงการแทรกแซง
ปัจจัยพื้นฐานหลักยังคงเป็น “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” ที่กว้างระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่น แต่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดเริ่มมีสัญญาณชะลอ ตัวอย่างเช่น รายงานการจ้างงานสหรัฐเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่า “การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Payrolls: จำนวนตำแหน่งงานใหม่โดยรวม ยกเว้นภาคเกษตร)” ออกมาต่ำกว่าคาดเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ทำให้ผู้ที่ถือสถานะขายเยนมากผิดปกติต้องเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะหากดอลลาร์อ่อนค่า อาจเร่งให้เกิดการปรับฐาน (ราคาย้อนกลับเพื่อปรับสมดุล) ได้เร็วขึ้น