ประธานเฟดซานฟรานซิสโก “เดลี” ระบุอาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ พร้อมจับตาต้นทุนน้ำมันกระทบเงินเฟ้อวงกว้าง

by VT Markets
/
Apr 17, 2026

แมรี ดาลี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาซานฟรานซิสโก กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ศูนย์ Fisher Centre มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ว่าเธอกำลังจับตาว่า “ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น” จะส่งผ่าน (pass-through: ต้นทุนที่สูงขึ้นถูกผลักไปเป็นราคาสินค้าและบริการอื่น) ไปยังราคาสินค้าและบริการประเภทอื่นหรือไม่

ก่อนเกิดแรงกระแทกราคาน้ำมัน (oil price shock: ราคาน้ำมันกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว) เธอคาดว่าอาจจำเป็นต้องลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปี 2026 แต่ขณะนี้ Fed อาจคงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิม และอยู่ในโหมด “รอดูสถานการณ์” (wait-and-see: ยังไม่รีบเปลี่ยนนโยบายจนกว่าจะเห็นข้อมูลชัด)

ราคาน้ำมันและ Fed

ดาลีกล่าวว่าอัตราดอกเบี้ยอาจต้องปรับขึ้น หากเงินเฟ้อ (inflation: ระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้น) เร่งตัว พร้อมระบุว่าดอกเบี้ยก็อาจลดลงได้หากความขัดแย้งยุติลงอย่างรวดเร็ว โดยภาพรวมขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ราคาน้ำมันทรงตัวสูง และความยืดเยื้อของความขัดแย้ง

ดาลีกล่าวว่า การเติบโตต่ำของกำลังแรงงาน (labour force growth: จำนวนคนที่พร้อมทำงานเพิ่มขึ้นช้า) ถูกชดเชยด้วยการเติบโตของผลิตภาพ (productivity growth: ผลผลิตต่อคนทำงานเพิ่มขึ้น) ที่สูงขึ้น เธอมองว่า “การจ้างงานไม่เพิ่มขึ้น” (zero job growth: จำนวนงานใหม่ใกล้ศูนย์) อาจกลายเป็นภาวะปกติ และสหรัฐกำลังมุ่งไปสู่การเติบโตของกำลังแรงงานใกล้ศูนย์จากโครงสร้างประชากร (demographics: สังคมสูงวัย อัตราเกิดต่ำ)

เธอกล่าวว่า ผู้บริโภคกังวลต่อเศรษฐกิจแต่ยังใช้จ่าย ขณะที่ภาคธุรกิจมองบวกอย่างระมัดระวัง และยังมีช่องให้เพิ่มอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (labour force participation: สัดส่วนคนวัยทำงานที่ทำงานหรือหางาน)

เธอเสริมด้วยว่า การย้ายถิ่นฐาน (immigration: แรงงานต่างชาติย้ายเข้า) ที่น้อยลงมีผลเช่นกัน เช่นเดียวกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี

ความผันผวนตลาดและความคาดหวังดอกเบี้ย

ขณะนี้ตลาดอยู่ในโหมด “รอดูสถานการณ์” ทำให้ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยในปี 2026 ลดลง และเพิ่มความไม่แน่นอนในตลาด สะท้อนผ่านดัชนี VIX (VIX index: ดัชนีวัดความผันผวนที่คาดการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐ มักเรียก “ดัชนีความกลัว”) ที่ขยับขึ้นเหนือ 18 ในเดือนนี้ ผู้ลงทุนควรเตรียมรับความผันผวนที่อาจสูงขึ้นในสินทรัพย์หลายประเภทในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ตลาดให้น้ำหนักว่าจะลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปี 2026 แต่แนวคิดนี้เริ่มถูกท้าทาย โดยความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายนลดลงต่ำกว่า 30% ตามข้อมูลฟิวเจอร์ส Fed funds (Fed funds futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ) ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ลงทุนควรลดสถานะที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า Fed จะผ่อนคลายนโยบายเร็วๆ นี้ และพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ยังอยู่ระดับสูง

แนวโน้มขึ้นอยู่กับระยะเวลาของความขัดแย้งและผลต่อราคาน้ำมัน โดยน้ำมันดิบ WTI (WTI crude: น้ำมันดิบอ้างอิงสหรัฐ) ล่าสุดขยับเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประสบการณ์ปี 2022 ชี้ว่าแรงกระแทกด้านพลังงานที่ยืดเยื้ออาจบีบให้ Fed ต้องปรับท่าที ดังนั้นความผันผวนของตลาดน้ำมันคือปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม หากเริ่มเห็นต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นไหลไปสู่เงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) จะเป็นตัวกระตุ้นสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของตลาด

แนวคิดที่ว่า “การจ้างงานไม่เพิ่มขึ้น” อาจเป็นภาวะปกติใหม่คือการเปลี่ยนมุมมองสำคัญ แม้รายงานการจ้างงานล่าสุดเพิ่มเพียง 85,000 ตำแหน่ง Fed อาจไม่มองว่าเป็นสัญญาณอ่อนแอที่ต้องลดดอกเบี้ย เพราะผลิตภาพที่สูงขึ้นกำลังชดเชยการเติบโตของกำลังแรงงานที่ช้าลง

อีกประเด็นคือความไม่สอดคล้องระหว่างความเชื่อมั่นผู้บริโภค (consumer sentiment: มุมมองของประชาชนต่อเศรษฐกิจในอนาคต) ที่ลดลง กับการใช้จ่ายค้าปลีกจริง (retail spending: ยอดใช้จ่าย/ยอดขายของร้านค้าปลีก) ที่เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนล่าสุด ตลาดต้องจับตาใกล้ชิด เพราะหากการใช้จ่ายผู้บริโภคเริ่มชะลอจากแรงกดดันราคาน้ำมันสูง อาจทำให้ภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนเร็ว ส่งผลให้รายงานยอดค้าปลีกและรายงานความเชื่อมั่นที่กำลังจะประกาศ กลายเป็นเหตุการณ์ที่ขยับตลาดได้มาก

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code