ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) แจ้งให้บริษัทกลั่นน้ำมันของรัฐลดการซื้อดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในตลาดสปอต (Spot: ตลาดซื้อขายทันที ส่งมอบ/ชำระราคาในระยะสั้นมาก) โดยขอให้ใช้วงเงินสินเชื่อพิเศษผ่านธนาคาร State Bank of India เพื่อรองรับความต้องการเงินตราต่างประเทศ
มาตรการนี้เคยใช้ในช่วงสงครามยูเครน โดยมีเป้าหมายลดแรงกดดันต่อเงินรูปี ซึ่งอ่อนค่ามากกว่า 3% ตั้งแต่ต้นปี และทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
วงเงินสินเชื่อสำหรับบริษัทกลั่นน้ำมัน
วงเงินสินเชื่อนี้เปิดให้ Indian Oil Corp, Hindustan Petroleum และ Bharat Petroleum ใช้งาน โดยรวมกันมีกำลังการกลั่นราวครึ่งหนึ่งของกำลังการกลั่นทั้งประเทศที่ 5.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
เป้าหมายคือทำให้ความต้องการซื้อดอลลาร์ของผู้กลั่นน้ำมันลดลง และช่วยพยุงเสถียรภาพของคู่เงิน USD/INR (USD/INR: อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อรูปีอินเดีย) มาตรการเกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น และเงินทุนต่างชาติไหลออกเพิ่มขึ้น (Foreign outflows: นักลงทุนต่างชาติขายสินทรัพย์และนำเงินออกนอกประเทศ)
จากคำสั่งของ RBI ให้ผู้กลั่นน้ำมันของรัฐลดการซื้อดอลลาร์ในตลาดสปอต คาดว่า USD/INR จะเข้าสู่ช่วง “ทรงตัวภายใต้การดูแล” (Managed stability: ค่าเงินผันผวนน้อยลงเพราะมีมาตรการกำกับ) นี่เป็นการแทรกแซงทางอ้อมเพื่อลดความต้องการดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักให้ค่าเงินเข้าใกล้ระดับสูงสุดล่าสุดแถว 84.50 ผลระยะสั้นคือช่วยลดแรงกดดันต่อการอ่อนค่าของรูปี
อย่างไรก็ดี สาเหตุพื้นฐานที่ทำให้รูปีอ่อนค่ายังอยู่ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent: น้ำมันดิบอ้างอิงตลาดโลก) ทรงตัวเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และนักลงทุนต่างชาติประเภทพอร์ต (Foreign portfolio investors: นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้น/ตราสารแบบเคลื่อนย้ายได้ ไม่ใช่ลงทุนสร้างกิจการ) ขายสุทธิหุ้นอินเดียมากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนที่แล้ว แรงกดดันหลักจึงยังสูง มาตรการของ RBI จึงเป็นเพียงการ “ชะลอ” ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทาง
ผลกระทบต่อออปชัน USD/INR
สำหรับผู้ซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (Derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์/อัตราแลกเปลี่ยน) สัญญาณนี้อาจทำให้ความผันผวนโดยนัย (Implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาของออปชัน) ในออปชัน USD/INR ลดลงในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า เพราะธนาคารกลางส่งสัญญาณว่าจะไม่ปล่อยให้ค่าเงินอ่อนแบบเร็วและไร้ระเบียบ กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนลดลง เช่น ขายสตราดเดิลหรือสแตรงเกิล (Sell straddle/strangle: การขายออปชันทั้งฝั่งซื้อและขายเพื่อรับ “พรีเมียม” โดยหวังให้ราคาแกว่งในกรอบ) จึงดูน่าสนใจขึ้น เพื่อเก็บพรีเมียม (Premium: ค่าเบี้ยประกัน/ค่าตอบแทนที่ผู้ขายออปชันได้รับ)
มาตรการนี้ยังสื่อว่าระยะสั้นอาจมีเพดานด้านบนของ USD/INR การซื้อคอลออปชันนอกเงิน (Out-of-the-money call: ออปชันซื้อที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน) มีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะมาตรการถูกออกแบบมาเพื่อลดโอกาสไปแตะระดับดังกล่าว ทางเลือกคือขายคอลออปชันที่ราคาใช้สิทธิ (Strike price: ระดับราคาที่กำหนดไว้สำหรับการใช้สิทธิ) สูงกว่า 84.75 เพื่อทำกำไรจากสภาวะที่ถูกดูแลให้อยู่ในกรอบ
เคยเห็นแนวทางคล้ายกันในปี 2022 และ 2023 เมื่อความผันผวนทั่วโลกกดดันรูปี ข้อมูลย้อนหลังชี้ว่ามาตรการของ RBI ไม่ได้ทำให้แนวโน้มอ่อนค่าหยุดลงทั้งหมด แต่ช่วยชะลอความเร็วของการอ่อนค่าได้มาก ดังนั้นควรมองเป็นความพยายาม “บริหารการอ่อนค่า” มากกว่าสัญญาณว่ารูปีจะกลับมาแข็งค่าอย่างจริงจัง