เงินรูปีอินเดียแข็งค่าขึ้นเทียบดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ หลังธนาคารกลางอินเดีย (RBI) เปิด “วงเงินสินเชื่อพิเศษ” (special credit lines: ช่องทางกู้เงินสกุลดอลลาร์/วงเงินเครดิตเพื่อชำระค่านำเข้า) ให้ผู้ซื้อน้ำมันของรัฐเพื่อรองรับความต้องการเงินตราต่างประเทศ (foreign exchange: การแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศ) ส่งผลให้ USD/INR ปรับลงมาแถว 92.70 หลังแกว่งตัวในกรอบแคบ 2 วัน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดี RBI ขอให้โรงกลั่นของรัฐลดการซื้อดอลลาร์ “ตลาดสปอต” (spot: ซื้อขายส่งมอบทันที) และหันไปใช้วงเงินสินเชื่อ ซึ่งเคยใช้มาแล้วช่วงเริ่มสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปลายเดือนมีนาคม RBI ยังสั่งให้ธนาคารจำกัด “สถานะรูปีคงค้างสุทธิ” (net open rupee positions: ยอดสถานะซื้อ/ขายสุทธิที่ยังไม่ปิดความเสี่ยง) ไว้ที่ 100 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นวันทำการแต่ละวัน
รูปีแข็งค่า หลัง RBI เปิดวงเงินสินเชื่อ
ราคาน้ำมันยังถูกกดไว้ เพราะตลาดกลับมา “รับความเสี่ยง” (risk-on: นักลงทุนกล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อตกลงกับอิหร่านมีโอกาสสูง เขากล่าวว่าสหรัฐฯ “ใกล้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านมาก” และเตือนว่าหากตกลงกันไม่ได้ การปฏิบัติการทางทหารจะกลับมาอีกครั้ง
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) อยู่ใกล้ 98.25 และมีแนวโน้มปิดสัปดาห์อ่อนค่าต่อเนื่อง WTI (น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส: ราคาน้ำมันอ้างอิงสหรัฐฯ) ซื้อขายแถว 90 ดอลลาร์ในช่วงหลายวัน หลังเคยขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ ทำให้แรงกดดันต่อสกุลเงินของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันลดลง
หลังมีการประกาศ “หยุดยิง” (ceasefire: หยุดการสู้รบชั่วคราว) สหรัฐฯ-อิหร่าน เป็นเวลา 2 สัปดาห์เมื่อ 8 เม.ย. นักลงทุนสถาบันต่างชาติ (Foreign Institutional Investors: นักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ เช่น กองทุน) กลับมา “ซื้อสุทธิ” (net buyers: ซื้อรวมมากกว่าขาย) 2 วันติดต่อกัน รวม 1,048.51 โครร์ (crore: หน่วยอินเดีย เท่ากับ 10 ล้านรูปี) ด้านเทคนิค USD/INR เคลื่อนไหวต่ำกว่า EMA 20 ช่วงเวลา ที่ 93.06 (EMA: ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบให้น้ำหนักกับราคาล่าสุด) โดย RSI อยู่ที่ 48.6 (RSI: ดัชนีวัดแรงซื้อ-ขาย) และมีแนวรับใกล้ 92.46 (แนวรับ: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อเข้ามาช่วยพยุง)
แนวโน้มและความเสี่ยงสำคัญข้างหน้า
มาตรการของ RBI สะท้อนว่าบิลนำเข้าน้ำมันของอินเดียสูงกว่า 160,000 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ทำให้กลุ่มผู้นำเข้าน้ำมันเป็นแหล่งความต้องการดอลลาร์ที่ใหญ่ที่สุด การย้ายความต้องการดังกล่าวออกจากตลาดเปิด ช่วยจำกัดการปรับขึ้นของ USD/INR
ราคาน้ำมันที่ยืนต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความหวังข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน ก็เป็นปัจจัยหนุนรูปีเพิ่มเติม ภาวะตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลดลงมักทำให้ต้นทุนพลังงานลด และช่วยให้รูปีแข็งค่า กลยุทธ์ “ขายคอลออปชัน” (call options: สิทธิในการซื้อ) ของ USD/INR ที่ราคาใช้สิทธิ (strike: ราคาที่กำหนดในสัญญา) สูงกว่า 94.00 เพื่อรับ “พรีเมียม” (premium: ค่าเบี้ยออปชันที่ผู้ซื้อจ่าย) จึงดูน่าสนใจ เพราะโอกาสดีดขึ้นแรงอาจจำกัด
การกลับมาของนักลงทุนสถาบันต่างชาติที่ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นอินเดีย ยังช่วยหนุนรูปี เพราะทำให้เงินตราต่างประเทศไหลเข้า หากแนวโน้มนี้ต่อเนื่อง จะเพิ่มแรงกดดันให้ USD/INR อ่อนลง
เชิงเทคนิค เมื่อคู่เงินซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วันบริเวณ 93.07 โอกาสปรับลงยังเด่น กลยุทธ์ “ซื้อพุตออปชัน” (put options: สิทธิในการขาย) แถวราคาใช้สิทธิ 92.50 โดยมองเป้าหมายแนวรับใกล้ 92.45 เป็นวิธีที่กำหนดความเสี่ยงได้ชัด (defined-risk: ขาดทุนสูงสุดจำกัดที่เบี้ยออปชัน)
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงสำคัญคือการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน หากการเจรจาล้มเหลวทันที ราคาน้ำมันอาจพุ่งและทำให้ความเชื่อมั่นกลับทิศ ส่งผลให้ USD/INR ปรับขึ้น ดังนั้นการถือ “คอลออปชันนอกสภาพ” (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิอยู่ไกลจากราคาตลาด ทำให้ค่าเบี้ยมักถูกกว่า) ปริมาณเล็กน้อย อาจใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด) ได้ในต้นทุนต่ำ