ดุลการค้า (Trade Balance: มูลค่าส่งออกลบมูลค่านำเข้า) ของยูโรโซนในเดือนกุมภาพันธ์ (ไม่ปรับตามฤดูกาล หรือ not seasonally adjusted: ตัวเลขดิบที่ยังไม่ตัดปัจจัยฤดูกาล เช่น วันหยุด/ช่วงท่องเที่ยว) อยู่ที่ 11.5 พันล้านยูโร ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 11.7 พันล้านยูโร
ตัวเลขที่รายงานต่ำกว่าคาด 0.2 พันล้านยูโร ข้อมูลเป็นของเดือนกุมภาพันธ์และเป็นตัวเลขแบบไม่ปรับตามฤดูกาล
ดุลการค้าเกินดุลเดือนกุมภาพันธ์ที่ออกมาต่ำกว่าคาดที่ 11.5 พันล้านยูโร สะท้อนแรงกดดันเล็กน้อยต่อเงินยูโร เมื่อเป็นเช่นนี้ กลยุทธ์ที่เดิมพันว่าเงินยูโรจะไม่ปรับขึ้นแรงมีความน่าสนใจ การขายออปชันคอล (Call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาที่กำหนด) ของยูโรที่อยู่นอกเงิน (out-of-the-money: ราคาที่กำหนด “ไม่คุ้ม” เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน) สำหรับช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าอาจเหมาะสม
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับตัวเลข PMI ภาคการผลิต (Manufacturing PMI: ดัชนีสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใช้วัดทิศทางกิจกรรมภาคโรงงาน) เดือนมีนาคม โดย S&P Global ระบุว่าหดตัวที่ 49.5 (ต่ำกว่า 50 หมายถึงกิจกรรมหดตัว) ชี้ภาคอุตสาหกรรมยังซบเซา สัญญาณส่งออกที่อ่อนลงเป็นความเสี่ยงต่อหุ้นเยอรมนี โดยเฉพาะหุ้นที่พึ่งพาการค้าโลก ดังนั้นจึงพิจารณาซื้อพุตเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Protective puts: ซื้อออปชันพุตเพื่อจำกัดขาดทุน หากราคาตลาดลง) บนดัชนี DAX (ดัชนีหุ้นเยอรมนี) เพื่อกันความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอ
เรานึกถึงรูปแบบคล้ายกันช่วงปลายปี 2025 เมื่ออุปสงค์จากต่างประเทศที่อ่อนลงมาก่อนการปรับลงของดัชนี Euro Stoxx 50 (ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ยูโรโซน) ช่วงนั้น “ความผันผวนโดยนัย” (Implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) วัดโดยดัชนี VSTOXX (ดัชนีความผันผวนของหุ้นยุโรป) ซึ่งเฉลี่ยราว 18 ปรับขึ้นก่อนตลาดหุ้นจะปรับลง จากประสบการณ์ดังกล่าว การซื้อคอลบน VSTOXX (ซื้อสิทธิได้ประโยชน์หากความผันผวนเพิ่ม) อาจเป็นวิธีวางตำแหน่งเพื่อรับมือภาวะตลาดผันผวนและแกว่งตัวแรง