GBP/USD ร่วง 0.17% ในวันพฤหัสบดี หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐ (ตัวเลขตลาดแรงงาน) มีน้ำหนักมากกว่าตัวเลข GDP ของสหราชอาณาจักรที่ประกาศช่วงตลาดยุโรป โดยคู่เงินซื้อขายที่ 1.3534 หลังจากก่อนหน้านี้ขึ้นไปใกล้ 1.36 ขณะเดียวกัน “ความคาดหวังดีลสันติภาพสหรัฐ–อิหร่าน” ช่วยหนุนแรงรับความเสี่ยงของตลาด (risk appetite: นักลงทุนกล้าเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น)
ในการซื้อขายฝั่งยุโรปวันพฤหัสบดี GBP/USD ลดลงราว 0.1% แถว 1.3545 และยังผ่าน 1.3600 ไม่ได้ ซึ่งสอดคล้องกับระดับฟีโบนัชชีรีเทรซเมนต์ 61.8% (Fibonacci retracement: เครื่องมือเทคนิคใช้หาจุดแนวรับ–แนวต้านจากสัดส่วนตัวเลขฟีโบนัชชี) ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นหลังฟื้นจากช่วงอ่อนตัว แม้บรรยากาศตลาดยังเป็นโหมดรับความเสี่ยง (risk-on: นักลงทุนเน้นสินทรัพย์เสี่ยง)
Market Reaction And Key Levels
วันพุธ GBP/USD ไปต่อไม่ไหวและทรงตัวแถว 1.3570 หลังความหวังการกลับมาเจรจาสหรัฐ–อิหร่านเริ่มแผ่วลง หุ้นสหรัฐปรับขึ้นต่อ และดอลลาร์สหรัฐเริ่มทรงตัวหลังแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์
ย้อนกลับไปปี 2025 เงินปอนด์เคยผ่านแนว 1.3600 ไม่ได้ โดยแค่รายงานการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่งก็เพียงพอจะหยุดการปรับขึ้น แม้บรรยากาศตลาดเป็นบวก รูปแบบ “ดอลลาร์แข็งกดปัจจัยอื่น” กลายเป็นธีมเด่นมากขึ้นตั้งแต่นั้นมา ปัจจุบันราคาซื้อขายต่ำลงมาก สะท้อนว่าแนวต้านที่เห็นปีก่อนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
สถานการณ์เมษายน 2026 คล้ายช่วงนั้น โดยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (Non-Farm Payrolls: จำนวนตำแหน่งงานใหม่ในสหรัฐไม่นับภาคเกษตร ใช้วัดความแข็งแรงตลาดแรงงาน) เดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 255,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดอย่างชัดเจน ข้อมูลตลาดแรงงานที่แข็งทำให้ตลาดเชื่อมากขึ้นว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) ยังไม่รีบลดดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินทุนยังไหลเข้าดอลลาร์ กดโอกาสการปรับขึ้นของ GBP/USD
ฝั่งสหราชอาณาจักร ภาพเศรษฐกิจยังไม่ชัด โดยเงินเฟ้อมีนาคม 2026 ชี้ว่าราคาสินค้าผู้บริโภคยัง “ลงยาก” อยู่ที่ 3.1% (sticky inflation: เงินเฟ้อที่ลดลงช้า) ทำให้แรงกดดันต่อธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England: ธนาคารกลางสหราชอาณาจักร) ยังอยู่ แต่ถูกหักล้างด้วยคาดการณ์การเติบโตไตรมาส 1 ที่อ่อน ทำให้ผู้กำหนดนโยบายตัดสินใจยากและเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเงินปอนด์ ความต่างของโมเมนตัมเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐที่แข็งแรงกับสหราชอาณาจักรที่ชะลอ ยังเอื้อให้ดอลลาร์ได้เปรียบต่อไป
Derivative Trading Approach
ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า นักเทรดตราสารอนุพันธ์ (derivative: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) อาจเลือกกลยุทธ์ที่มองว่า GBP/USD มีโอกาสขึ้นจำกัด การซื้อพุตออปชัน (put option: สิทธิในการขายที่ราคากำหนด) โดยตั้งราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่ใช้ซื้อ/ขายตามสิทธิของออปชัน) ต่ำกว่าระดับแนวรับ 1.2800 อาจช่วยป้องกันความเสี่ยงหากราคาปรับลงอีกระลอกจากข้อมูลสหรัฐ นอกจากนี้ การขายคอลออปชัน (call option: สิทธิในการซื้อที่ราคากำหนด) แบบอยู่นอกระดับราคาตลาด (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิไกลจนยังไม่คุ้มใช้สิทธิ ณ ขณะนั้น) เหนือแนวต้าน 1.2950 ก็อาจเป็นทางเลือกเพื่อรับ “พรีเมียม” (premium: ค่าเงินที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย) จากมุมมองว่าราคาน่าจะแกว่งในกรอบ (range-bound: เคลื่อนไหวขึ้นลงในช่วงจำกัด)