จีดีพีจีนไตรมาส 1/2026 ขยายตัว 5.0% เมื่อเทียบรายปี เพิ่มจาก 4.5% ในไตรมาส 4/2025 และสูงกว่าคาดการณ์เฉลี่ยของตลาด (consensus forecast: ค่าคาดการณ์รวมจากนักวิเคราะห์หลายราย) ที่ 4.8% ตัวเลขนี้อยู่ที่กรอบบนของเป้าหมายรัฐบาล 4.5%–5.0% ทำให้แรงกดดันระยะสั้นต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ลดลง
ข้อมูลสะท้อน “เศรษฐกิจสองความเร็ว” โดยภาคอุตสาหกรรมและการใช้จ่ายภาครัฐเป็นตัวนำ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (industrial output: ปริมาณการผลิตของโรงงานและภาคการผลิต) เดือนมี.ค. เพิ่ม 5.7% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่คาด 5.5% แต่ชะลอจากช่วง ม.ค.–ก.พ. ส่วนหนึ่งจากจังหวะวันหยุดตรุษจีน
อุปสงค์ผู้บริโภคยังอ่อนแรง
กิจกรรมผู้บริโภคยังอ่อนแอ ยอดค้าปลีก (retail sales: ยอดขายสินค้าหน้าร้านและออนไลน์ที่สะท้อนการใช้จ่ายครัวเรือน) เดือนมี.ค. เพิ่ม 1.7% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าคาด 2.5% และลดลงจาก 2.8% ในช่วงต้นปี ท่ามกลางภาวะอสังหาฯ ซบเซา
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่ม 8.9% ในไตรมาส 1 ได้แรงหนุนจากการเร่งออกพันธบัตรรัฐบาล (government bond issuance: การกู้เงินของรัฐผ่านการขายพันธบัตร) ตั้งแต่ปลายปี 2025 อัตราว่างงานในเมืองตามผลสำรวจ (surveyed urban unemployment rate: สัดส่วนคนว่างงานในเขตเมืองที่มาจากการสำรวจ) ขยับขึ้นเป็น 5.4% สูงสุดในรอบ 1 ปี
รายงานระบุว่า การเติบโตที่ทรงตัวขึ้นและเงินเฟ้อจากน้ำมันนำเข้า (imported oil inflation: ราคาน้ำมันนำเข้าที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนและราคาสินค้าเพิ่ม) ชี้ว่าโอกาสที่ธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China) จะลดดอกเบี้ยปีนี้ลดลง
การวางสถานะรับนโยบายที่เป็นกลางมากขึ้น
มุมมองนโยบายนี้มีแนวโน้มพยุงเงินหยวน โดยเฉพาะเมื่อ “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (interest rate differential: ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างประเทศที่มีผลต่อการไหลของเงินทุน) กับเศรษฐกิจหลักยังเป็นประเด็นสำคัญ ย้อนดูปี 2025 เงินหยวนถูกกดดันจากธนาคารกลางสหรัฐ (US Federal Reserve) คงดอกเบี้ยสูง หากธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มหยุดนิ่ง กลยุทธ์ออปชัน (options strategies: การใช้สัญญาซื้อขายสิทธิ) ที่หวังให้เงินหยวนทรงตัวหรือแกว่งในกรอบ (range-bound: เคลื่อนไหวในช่วงแคบ) อาจเหมาะสม เช่น การขายคอลออปชันนอกเงิน (out-of-the-money call options: สิทธิซื้อที่ราคาที่ทำกำไรยากในปัจจุบัน) บนคู่ USD/CNH (ดอลลาร์สหรัฐ/หยวนออฟชอร์: หยวนนอกจีนแผ่นดินใหญ่)
ความแตกต่างชัดระหว่างการผลิตแข็งแกร่งกับยอดค้าปลีกอ่อนแรง ชี้ว่าควรเล่นรายกลุ่มมากกว่าลงทั้งตลาด อาจใช้ “คู่เทรด” (pair trades: เปิดสถานะซื้อและขายในสินทรัพย์ที่ต่างกันเพื่อเล่นส่วนต่าง) เช่น ซื้อคอลออปชันบน ETF ที่เน้นหุ้นอุตสาหกรรม ควบคู่กับซื้อพุตออปชัน (put options: สิทธิขายเพื่อรับประโยชน์เมื่อราคาลดลง) บนดัชนีสินค้าไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ (consumer discretionary: กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย/ไม่จำเป็น) เพื่อหวังกำไรจากช่องว่างผลตอบแทนที่กว้างขึ้นระหว่างภาคที่รัฐหนุนกับภาคครัวเรือนที่ยังระมัดระวัง
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่พุ่ง 8.9% หนุนสินค้าโภคภัณฑ์อุตสาหกรรมโดยตรง แนวโน้มดังกล่าวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2025 สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures contracts: สัญญาซื้อขายในอนาคตที่กำหนดราคาและวันส่งมอบ) ทองแดงปรับขึ้นแล้ว โดยเพิ่มกว่า 10% นับจากต้นปีจากข้อมูลนำเข้าที่แข็งแกร่ง สะท้อนแรงส่งของโลหะอุตสาหกรรม (base metals: โลหะพื้นฐาน เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม สังกะสี) ที่ยังมีต่อเนื่อง ภายใต้แรงขับเคลื่อนจากรัฐ การถือสถานะรับความแข็งแกร่งของโลหะอุตสาหกรรมผ่านฟิวเจอร์สหรือออปชันดูเหมาะสมกว่าการคาดหวังการฟื้นตัวทั้งเศรษฐกิจ