ผลประกอบการไตรมาส 1 (Q1) ระยะแรกชี้ว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 ทำได้ดีกว่าคาดการณ์ โดยรายได้ออกมาดีกว่าคาดอย่างชัดเจน แม้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้นและยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ ปัจจุบันมีบริษัทใน S&P 500 รายงานแล้ว 32 บริษัท
สำหรับ 32 บริษัทนี้ กำไรรวมเพิ่มขึ้น +30.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น +13.2% โดย 78.1% ทำกำไรต่อหุ้น (EPS: กำไรสุทธิต่อหุ้น) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และ 84.4% ทำรายได้สูงกว่าคาด
ความแข็งแกร่งของกำไรช่วงต้นฤดูกาล
กลุ่มการเงิน (Finance) มีผลประกอบการออกมาแล้วคิดเป็น 34% ของมูลค่าตลาด (market capitalisation: มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด) ของกลุ่มใน S&P 500 กำไรเพิ่มขึ้น +18.3% จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น +11.5% โดย 90% ทำ EPS สูงกว่าคาด และ 80% ทำรายได้สูงกว่าคาด
โดยรวมทั้ง Q1 คาดว่ากำไรของ S&P 500 จะเพิ่มขึ้น +13.9% จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น +9.5% (รวมตัวเลขที่ประกาศแล้วและประมาณการ) เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2025 (2025 Q4) ที่กำไรโต +14.1% จากรายได้โต +9.1%
JPMorgan รายงานกำไรเพิ่มขึ้น +12.6% จากรายได้เพิ่มขึ้น +10% ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (net interest income: ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยที่ธนาคารรับได้ หักดอกเบี้ยที่จ่าย) เพิ่มขึ้น +9% และสินเชื่อ (loans: เงินกู้ที่ปล่อยให้ลูกค้า) เพิ่มขึ้น +11% ส่วน Wells Fargo รายงานกำไรเพิ่มขึ้น +14.6% จากรายได้เพิ่มขึ้น +6.4% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น +5% และสินเชื่อเพิ่มขึ้น +11%
อุตสาหกรรมธนาคารเพื่อการลงทุน/ผู้จัดการการลงทุนของ Zacks (Zacks Investment Banks/Managers: กลุ่มอุตสาหกรรมตามการจัดหมวดของ Zacks) คาดว่ากำไรจะโต +19.7% จากรายได้เพิ่มขึ้น +10.5% ขณะที่กำไร Q1 ของกลุ่มการเงินคาดว่าจะเพิ่มขึ้น +26.7% จากรายได้เพิ่มขึ้น +9.8% หลังจากไตรมาสก่อนกำไรโต +17.3% จากรายได้โต +7.4%
นัยต่อภาคส่วนและตลาด
กลุ่มการเงินคิดเป็น 17.2% ของกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า 12 เดือน (forward 12-month earnings: ประมาณการกำไรใน 12 เดือนข้างหน้า) ของ S&P 500 ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ประมาณการของกลุ่มพลังงาน (Energy) ปรับเพิ่มขึ้น และอีก 8 กลุ่มอุตสาหกรรมก็ถูกปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน