ราคาทองคำในมาเลเซียปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี ตามข้อมูลของ FXStreet โดยราคาทองคำอยู่ที่ 612.87 ริงกิตมาเลเซียต่อกรัม เพิ่มขึ้นจาก 608.41 ริงกิตมาเลเซียในวันพุธ
ราคาต่อตอลา (tola: หน่วยชั่งน้ำหนักทองที่นิยมในเอเชียใต้) เพิ่มขึ้นเป็น 7,148.42 ริงกิตมาเลเซีย จาก 7,096.32 ริงกิตมาเลเซียในวันก่อนหน้า ราคาอื่น ๆ ที่ระบุ ได้แก่ 6,128.72 ริงกิตมาเลเซียสำหรับ 10 กรัม และ 19,062.30 ริงกิตมาเลเซียต่อทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยน้ำหนักโลหะมีค่า ใช้ในตลาดทองคำ)
การคำนวณราคาทองคำในมาเลเซีย
FXStreet คำนวณราคาทองคำในมาเลเซียโดยนำราคาทองคำโลกมาคำนวณผ่านอัตราแลกเปลี่ยน USD/MYR (ดอลลาร์สหรัฐ/ริงกิตมาเลเซีย) และแปลงเป็นหน่วยท้องถิ่น ตัวเลขอัปเดตรายวันตามอัตราตลาด ณ เวลาที่เผยแพร่ และราคาท้องถิ่นอาจแตกต่างเล็กน้อย
ธนาคารกลาง (central banks: หน่วยงานด้านนโยบายการเงินของประเทศ) เป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด โดยเพิ่มการถือครอง 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ซึ่งเป็นยอดรวมรายปีสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติ
โดยทั่วไปทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ราคาอาจเปลี่ยนตามเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical events: ความตึงเครียด/ความขัดแย้งระหว่างประเทศ), ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย (recession fears), อัตราดอกเบี้ย และการเปลี่ยนแปลงของดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากทองคำกำหนดราคาเป็นดอลลาร์ (XAU/USD: ราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ)
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดที่ต้องติดตาม
ตลาดจับตาสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) เกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด เช่น รายงานการจ้างงานเดือนมีนาคม 2026 ที่อ่อนลงเล็กน้อย โดยอัตราว่างงานขยับขึ้นเป็น 4.1% ทำให้ตลาดคาดการณ์มากขึ้นว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยในไตรมาส 4 ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย (non-yielding asset: ถือแล้วไม่ได้รับดอกเบี้ยเหมือนเงินฝากหรือพันธบัตร) จึงมักน่าสนใจขึ้นเมื่อดอกเบี้ยลดลง
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในทะเลจีนใต้ เพิ่มแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven demand: ความต้องการสินทรัพย์ที่มักถูกมองว่าปลอดภัยในช่วงผันผวน) ขณะเดียวกันแม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะชะลอลงจากจุดสูงในปี 2023 แต่เงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาสินค้าผันผวน เช่น อาหารและพลังงาน) ยังสูงกว่า 3% ทั้งในสหรัฐและยุโรป ภาวะเช่นนี้ทำให้ผู้ลงทุนใช้ “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าอ้างอิงสินทรัพย์ เช่น ทองคำ ดัชนี หุ้น) อย่างคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนและการลดลงของกำลังซื้อ
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) อ่อนตัวลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากระดับสูงช่วงต้นปี 2026 หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสลดดอกเบี้ย ความสัมพันธ์สวนทางนี้ช่วยหนุนราคาทองคำที่กำหนดเป็นดอลลาร์ ดังนั้นกลยุทธ์อนุพันธ์ที่อาจพิจารณา คือการซื้อคอลสเปรด (call spreads: ซื้อคอลออปชันและขายคอลอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) บนสัญญาทองคำล่วงหน้า (gold futures: สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าที่กำหนดราคาและวันส่งมอบ) เพื่อเก็งกำไรจากการปรับขึ้น โดยควบคุมความเสี่ยงให้ชัดเจน
สร้างบัญชี VT Markets แบบเรียลไทม์ และ เริ่มเทรด ได้ทันที