ความคาดหวังเงินเฟ้อของผู้บริโภคออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเป็น 5.9% ในเดือนเมษายน จาก 5.2% ในการสำรวจครั้งก่อน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เพิ่มขึ้น 0.7 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยเป็นการเปรียบเทียบเดือนเมษายนกับผลของเดือนก่อนหน้า
Inflation Expectations Jump In April
การที่ความคาดหวังเงินเฟ้อของผู้บริโภคพุ่งขึ้นเป็น 5.9% ถือเป็นสัญญาณสำคัญ การปรับขึ้นแรงนี้บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาอาจ “ยึดระดับ” (re-anchoring: ผู้คนเริ่มเชื่อว่าเงินเฟ้อจะอยู่สูงต่อเนื่อง จึงกำหนดราคา-ค่าจ้างตามนั้น) ที่สูงขึ้น ทำให้ภารกิจของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ยากขึ้น เรามองว่าโอกาส “ลดดอกเบี้ย” ในปีนี้แทบหายไป และความเป็นไปได้ของ “ขึ้นดอกเบี้ย” กลับมาอยู่ในกรอบพิจารณาอีกครั้ง
การเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังนี้เริ่มสะท้อนในตลาดดอกเบี้ยแล้ว โดยขณะนี้ตลาดให้น้ำหนัก “ความน่าจะเป็น” (probability: โอกาสเกิดเหตุการณ์ตามที่นักลงทุนประเมิน) มากกว่า 40% ที่ RBA จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งต่างจากไม่กี่สัปดาห์ก่อนอย่างมาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 2 ปี (government bond yield: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร) จึงพุ่งขึ้นสู่ 4.45% สูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2025
จากสถานการณ์นี้ ผู้ลงทุนควรเตรียมรับ “ความผันผวน” (volatility: การแกว่งตัวของราคา) ที่เพิ่มขึ้นในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดอกเบี้ยระยะสั้น เรามองว่าการวางสถานะเพื่อรองรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นเป็นทางเลือกที่รอบคอบ ซึ่งอาจทำได้ผ่านการซื้อ “พุตออปชัน” (put options: ตราสารที่ให้สิทธิขายในราคา/เงื่อนไขที่กำหนด) บนสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตร เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาพันธบัตรที่อาจลดลง สภาพแวดล้อมนี้คล้ายกับช่วงปี 2024 เมื่อเงินเฟ้อภาคบริการที่ลดลงช้า (sticky services inflation: เงินเฟ้อหมวดบริการที่ลงยาก) ทำให้ RBA ต้องขึ้นดอกเบี้ยแบบเหนือคาดหลังหยุดขึ้นดอกเบี้ยมานาน
RBA ที่มีท่าที “เข้มงวดขึ้น” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) มีแนวโน้มหนุนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย โดย AUD/USD ขยับขึ้นสู่ 0.6820 ในสัปดาห์นี้ หลังคาดว่า “ส่วนต่างดอกเบี้ย” (interest rate differential: ช่องว่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) กับสหรัฐฯ จะแคบลง เรามองว่าสกุลเงินยังมีโอกาสแข็งค่าต่อ หากข้อมูลเงินเฟ้อทางการ (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดระดับราคาสินค้าและบริการ) ที่จะประกาศยืนยันว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง