USD/CHF ซื้อขายแถว 0.7820 ในวันพุธ เพิ่มขึ้น 0.04% ระหว่างวัน โดยยังใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนที่ 0.7790 ซึ่งทำไว้เมื่อวันอังคาร
ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่า หลังความหวังว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะลดลง ทำให้ความต้องการถือดอลลาร์ลดลง ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: DXY เป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสกุลหลัก) ทรงตัวใกล้ 98.20 หลังทำระดับต่ำสุดเกือบ 7 สัปดาห์บริเวณ 98.00
ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านผ่อนคลาย
โดนัลด์ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ Fox Business ว่าความขัดแย้งกับอิหร่านอาจใกล้ยุติ และบอกกับ The New York Post ว่าการเจรจาอาจกลับมาเริ่มได้อีกครั้งในปากีสถานภายในไม่กี่วันข้างหน้า
เจดี แวนซ์ระบุว่าการพูดคุยยังดำเนินต่อผ่านหลายช่องทางทางการทูต รวมถึงปากีสถาน ทิศทางดังกล่าวช่วยให้ตลาดรับความเสี่ยงมากขึ้น และลดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven คือสินทรัพย์ที่นักลงทุนมักถือเมื่อกังวลความเสี่ยง เช่น เงินฟรังก์สวิส ทองคำ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ)
ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐยังเป็นแรงกดดันต่อดอลลาร์ โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index: PPI คือเงินเฟ้อฝั่งต้นทุนจากราคาสินค้าที่ผู้ผลิตขาย) เพิ่มขึ้น 0.5% เทียบรายเดือนในเดือนมีนาคม ต่ำกว่าคาด 1.2% ขณะที่ PPI พื้นฐาน (Core PPI คือ PPI ที่ตัดหมวดผันผวน เช่น อาหารและพลังงาน) เพิ่มขึ้น 0.1%
เงินเฟ้อผู้ผลิตเทียบรายปีอยู่ที่ 4% ต่ำกว่าคาด 4.6% ตลาดจึงปรับลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed คือธนาคารกลางของสหรัฐ) ในปีนี้ และเพิ่มมุมมองว่าอาจใช้นโยบายผ่อนคลายมากขึ้น (Accommodative policy คือการใช้นโยบายที่เอื้อต่อการเติบโต เช่น ดอกเบี้ยต่ำ)
นัยต่อการเทรดและกลยุทธ์
เมื่อมองย้อนสภาพตลาดช่วงเดียวกันของปีก่อน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าชัดเจน การปรับลงของ USD/CHF ใกล้ 0.7800 ในปี 2025 มาจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ลดลง และเงินเฟ้อผู้ผลิตสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าเฟดจะยุติรอบเข้มงวด (Tightening cycle คือช่วงที่เฟดขึ้นดอกเบี้ย/ดูดสภาพคล่องเพื่อสกัดเงินเฟ้อ)
แต่สถานการณ์ปัจจุบันต่างออกไป และเปิดโอกาสรูปแบบใหม่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI คือเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคจากราคาสินค้าและบริการ) เดือนมีนาคม 2026 อยู่ที่ 3.1% สูงกว่าคาด 2.9% เล็กน้อย สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออยู่ได้นานกว่าช่วงต้นปี 2025 เงินเฟ้อที่ยังเหนียวทำให้เฟดมีพื้นที่จำกัดในการใช้นโยบายผ่อนคลาย
ดังนั้น ตลาดฟิวเจอร์ส (Futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) จึงสะท้อนมุมมองแบบ “เข้มงวด” มากขึ้น (Hawkish คือแนวโน้มเน้นคุมเงินเฟ้อ/พร้อมขึ้นดอกเบี้ย) เมื่อเทียบกับปี 2025 ตามข้อมูลล่าสุดจากเครื่องมือ CME FedWatch Tool (เครื่องมือที่คำนวณความน่าจะเป็นการปรับดอกเบี้ยจากราคาตลาดฟิวเจอร์ส) ตลาดให้น้ำหนักโอกาส 65% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในการประชุมเดือนกรกฎาคม เพื่อสกัดเงินเฟ้อภาคบริการ (Service sector inflation คือเงินเฟ้อจากราคาบริการ เช่น ค่าเช่า ค่ารักษาพยาบาล ค่าแรง) ซึ่งสวนทางกับปีก่อนที่ตลาดคาดการลดดอกเบี้ย
ท่ามกลางความต่างระหว่างเฟดที่เข้มงวดกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนโดยนัย (Implied volatility คือค่าความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาสัญญาออปชัน) ของออปชัน USD/CHF ปรับสูงขึ้น ล่าสุดแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ผู้เทรดอาจพิจารณาซื้อสแตรดเดิลหรือสแตรงเกิล (Straddle/Strangle คือกลยุทธ์ออปชันแบบซื้อทั้งสิทธิ์ซื้อและสิทธิ์ขาย เพื่อหวังกำไรจากการแกว่งแรง ไม่ว่าราคาขึ้นหรือลง) เพื่อรับโอกาสจากการเคลื่อนไหวใหญ่ของราคา กลยุทธ์นี้เหมาะในช่วงที่ทิศทางธนาคารกลางค่อนข้างชัด แต่ความเสี่ยงภายนอกทำให้ราคาแกว่งแรงได้
สำหรับผู้ที่มีมุมมองเชิงทิศทาง จุดยืนที่เข้มงวดของเฟดช่วยพยุงดอลลาร์มากกว่าปี 2025 การซื้อคอลออปชันนอกเงิน (Out-of-the-money call options คือออปชันซื้อที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาดในปัจจุบัน จึงมักมีต้นทุนต่ำกว่า) ของ USD/CHF ที่หมดอายุใน 45–60 วัน เป็นวิธีต้นทุนไม่สูงเพื่อวางตำแหน่งรับโอกาสขาขึ้น และใช้ประโยชน์จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Interest rate differentials คือส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศที่มีผลต่อค่าเงิน)