สัปดาห์นี้ ผลประกอบการของบริษัทเอไอสองรายอาจเขย่าตลาด ขณะที่กำไรของ S&P 500 เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบรายปี

by VT Markets
/
Apr 15, 2026

ราว 10% ของบริษัทในดัชนี S&P 500 มีกำหนดประกาศผลประกอบการภายในสิ้นสัปดาห์หน้า โดยคาดว่ากำไรจะโตประมาณ 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year-on-year คือ เปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน) และเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันที่เติบโตระดับ “สองหลัก” (มากกว่า 10%) กลุ่มเทคโนโลยีคาดว่ากำไรจะโตมากกว่า 40% ส่วนกลุ่มเฮลท์แคร์ (ธุรกิจสุขภาพ) คาดว่ากำไรจะลดลงราว 10%

ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ เช่น Goldman Sachs, JPMorgan Chase, Wells Fargo และ Citigroup คาดว่าจะได้รับความสนใจจากประเด็นคุณภาพสินเชื่อ (credit conditions คือ ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้/มาตรฐานการปล่อยกู้) และการใช้จ่ายของผู้บริโภค ขณะที่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) 2 แห่งอย่าง ASML และ TSMC ก็เป็นจุดโฟกัสเช่นกัน

ผลประกอบการ “ชิป” อยู่ในโฟกัส

ASML รายงานผลประกอบการวันที่ 15/03/2026 โดยคาดกำไรต่อหุ้น (EPS คือ กำไรสุทธิต่อหุ้น) ที่ 7.79 ดอลลาร์ และรายได้ 10.15 พันล้านดอลลาร์ ราคาหุ้นปรับขึ้นราว 38% ในปี 2026 ไตรมาสก่อน ยอดคำสั่งซื้อ (bookings คือ มูลค่าออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งซื้อ) อยู่ที่ 13.2 พันล้านยูโร รายได้ 9.7 พันล้านยูโร และกำไรสุทธิ 2.84 พันล้านยูโร

ประเด็นที่ตลาดจับตา ได้แก่ แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin คือ กำไรขั้นต้นต่อรายได้), ความเสี่ยงจากตลาดจีนภายใต้มาตรการจำกัดการส่งออก และการรับออเดอร์ใหม่หลังจากยอดคำสั่งซื้อพุ่งแรงในไตรมาสก่อน รวมถึง “สัดส่วนออเดอร์” (mix of orders คือ ประเภท/รุ่นเครื่องที่ลูกค้าสั่ง ซึ่งมีผลต่อกำไร)

TSMC รายงานผลประกอบการวันที่ 16/03/2026 (PST) โดยคาด EPS ที่ 3.34 ดอลลาร์ และรายได้ 35.33 พันล้านดอลลาร์ ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นราว 22% ในปี 2026 ไตรมาสก่อน กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน และรายได้รายไตรมาสเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (NT$) เป็นการเติบโตของกำไรติดต่อกัน 8 ไตรมาส

ประเด็นที่ตลาดติดตาม ได้แก่ ผลกระทบต่อ “มาร์จิน” (margin คือ อัตรากำไร) จากโรงงานผลิตใหม่ (fabs คือ โรงงานผลิตชิป) ในรัฐแอริโซนา ญี่ปุ่น และเยอรมนี ความยั่งยืนของอุปสงค์ที่ขับเคลื่อนโดย AI และ “แนวโน้มล่วงหน้า” (guidance คือ คาดการณ์ผลประกอบการ/ตัวเลขเป้าหมายที่ผู้บริหารให้กับตลาด) สำหรับไตรมาส 2 และทั้งปี

ฤดูกาลประกาศงบเดือนเมษายน และความแตกต่างระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม

เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน 2026 ฤดูกาลประกาศงบดำเนินไปอย่างเข้มข้น และสะท้อนภาพกำไรที่เติบโตตามที่คาดไว้ จนถึงตอนนี้ มีราวหนึ่งในสี่ของบริษัทใน S&P 500 รายงานแล้ว โดยประมาณ 78% ของบริษัททำกำไรต่อหุ้นสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด (EPS estimates คือ ตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี บ่งชี้ว่าไตรมาสนี้แข็งแกร่ง แม้ตลาดยังมองหาปัจจัยใหม่เพื่อดันดัชนีขึ้นต่อ

ความแตกต่างระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมชัดเจนขึ้น กลุ่มเทคโนโลยียังทำผลงานโดดเด่น จากการลงทุนด้าน AI ที่ต่อเนื่องและเร่งตัวในปี 2025 ขณะที่เฮลท์แคร์และบางกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเผชิญฐานเทียบปีก่อนที่สูงและต้นทุนเพิ่ม

ในมุมย้อนหลัง รายงานของ ASML ช่วงกลางมีนาคมทำให้บรรยากาศระมัดระวัง แม้ตัวเลขหลักดูดี แต่ยอดคำสั่งซื้อระดับสถิติของไตรมาสก่อนเกิดซ้ำไม่ได้ และผู้บริหารไม่ได้ให้ความชัดเจนเรื่องอัตรากำไรขั้นต้น ทำให้ราคาหุ้นแกว่งในกรอบต่อเนื่อง “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility คือ ความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ลดลงหลังจากนั้น

TSMC ประกาศงบเมื่อเดือนก่อน สะท้อนแรงดึงระหว่างอุปสงค์ AI ที่สูงกับต้นทุนการขยายการผลิตทั่วโลก แม้รายได้ดี แต่หุ้นอ่อนตัวเล็กน้อย หลังตลาดประเมินผลกระทบของโรงงานใหม่ในแอริโซนาและญี่ปุ่นต่อกำไรระยะสั้น ช่วงกลางเมษายน หุ้นยังเคลื่อนไหวในกรอบ สื่อว่าตลาดรอข้อมูลใหม่

หลังกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับขึ้นแรงในปี 2025 ระดับมูลค่า (valuations คือ ราคาหุ้นเทียบกับกำไร/กระแสเงินสด) อยู่สูง ทำให้ตลาดไวต่อสัญญาณว่าอัตราเติบโตชะลอลง รายงานงบเดือนก่อนชี้ว่าต่อให้ผลประกอบการแข็งแรง ราคาหุ้นก็อาจไม่ขึ้น หากแนวโน้มล่วงหน้าไม่โดดเด่น

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code