GBP/USD แกว่งตัวทรงตัวใกล้ 1.3565 ในช่วงการซื้อขายยุโรปวันพุธ ใกล้จุดสูงสุดเกือบ 2 เดือนที่ 1.3590 ซึ่งทำไว้เมื่อวันอังคาร บรรยากาศ “รับความเสี่ยง” (risk-on: นักลงทุนกล้าถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เช่น หุ้น/สกุลเงินผลตอบแทนสูง) เกิดขึ้นหลังตลาดคาดหวังการหยุดยิงถาวรระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S&P 500 (S&P 500 futures: สัญญาที่สะท้อนคาดการณ์ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ล่วงหน้า) รักษากำไรของวันอังคารไว้แถว 6,970 ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index หรือ DXY: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) เคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 สัปดาห์ที่ 98.00 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าไม่เห็นความจำเป็นต้องขยายเวลาหยุดยิง 2 สัปดาห์ และคาดว่าอาจบรรลุข้อตกลงสงบศึกถาวรได้ภายใน 2 วัน
Market Focus And Key Drivers
ตลาดรอฟังถ้อยแถลงของผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England: ธนาคารกลางสหราชอาณาจักร) แอนดรูว์ เบลีย์ ในเวทีเสวนาของ IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) ในวันพุธ UK monthly GDP (GDP รายเดือน: มูลค่าผลผลิตทางเศรษฐกิจ) เดือนกุมภาพันธ์ มีกำหนดประกาศวันพฤหัสบดี
เชิงเทคนิค GBP/USD ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปเนนเชียล 20 ช่วง (20-period EMA: เส้นค่าเฉลี่ยที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า) ที่ 1.3395 และระดับฟีโบนักชีรีเทรซเมนต์ 50% (Fibonacci retracement: ระดับย่อตัวที่ใช้ประเมินแนวรับ-แนวต้านจากสัดส่วนทางคณิตศาสตร์) ที่ 1.3516 ดัชนี RSI 14 ช่วง (Relative Strength Index: ตัวชี้วัดโมเมนตัมว่าราคา “แรงซื้อ/แรงขาย” มากแค่ไหน) อยู่ใกล้ 62
แนวรับอยู่ที่ 1.3516 และระดับรีเทรซเมนต์ 38.2% แถว 1.3432 แนวต้านอยู่ที่รีเทรซเมนต์ 61.8% ที่ 1.3599 จากนั้น 1.3718 และ 1.3870 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของรอบ (cycle high: จุดสูงสุดสำคัญของรอบการเคลื่อนไหวราคา)
Outlook And Strategy Considerations
ด้วยการเติบโตของสหราชอาณาจักรที่ซบเซาและดอลลาร์แข็งค่า การซื้อออปชันคอล (call options: สัญญาให้สิทธิซื้อในอนาคต มักได้ประโยชน์เมื่อราคาเพิ่มขึ้น) บน GBP/USD จึงไม่น่าสนใจในช่วงนี้ การรีบาวด์ของปอนด์มีแนวโน้มเจอแรงต้านมาก โดยเฉพาะแถว 1.2550 ผู้ลงทุนอาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งในกรอบ (sideways) หรือการอ่อนค่าต่อ
เงินเฟ้อสหราชอาณาจักรยังสูงกว่าเป้าหมายที่ 2.8% และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (base rate: ดอกเบี้ยหลักที่ใช้กำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระบบ) อยู่ที่ 4.75% ทำให้แนวทางการปรับดอกเบี้ยในอนาคตยังไม่ชัดเจน ภาพเศรษฐกิจลักษณะนี้อาจทำให้ราคาแกว่งแรงในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า จึงอาจใช้ “ออปชัน” (options: ตราสารให้สิทธิ ไม่ใช่ภาระผูกพัน ใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไร) เพื่อป้องกันความผันผวนฉับพลัน หรือวางสถานะรับประโยชน์เมื่อความผันผวน (volatility: ความแกว่งของราคา) เพิ่มขึ้น