NZD/USD ปรับขึ้นมากกว่า 0.55% ในวันอังคาร แตะราว 0.5920 ก่อนอ่อนกลับมาบริเวณ 0.5900 โดยฟื้นตัวจากจุดต่ำต้นเดือนเมษายนแถว 0.5790 อย่างไรก็ตาม ราคาถูกแรงขายกดกลับบริเวณ 0.5900 ทำให้แรงส่งระยะสั้นเริ่มแผ่วลง ขณะที่ “Stochastic” (ตัวชี้วัดโมเมนตัมที่ใช้ดูภาวะซื้อมากไป/ขายมากไป) ในกรอบวันกลับเข้าสู่โซนขายมากไปอีกครั้ง
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลหนุนดอลลาร์นิวซีแลนด์ โดยดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI: ตัวเลขสะท้อนการเปลี่ยนแปลงราคาที่ผู้ผลิตขายสินค้า เป็นสัญญาณเงินเฟ้อฝั่งต้นทุน) อยู่ที่ 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าคาดที่ 1.2% ส่วน PPI พื้นฐาน (core PPI: ตัดรายการผันผวนสูงออก เช่น อาหารและพลังงาน เพื่อดูแนวโน้มเงินเฟ้อชัดขึ้น) อยู่ที่ 0.1% ต่ำกว่าคาด 0.6% และหมวดบริการไม่เปลี่ยนแปลง
Drivers And Near Term Catalysts
ความเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านในอีกไม่กี่วัน ลดความต้องการถือดอลลาร์ในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สินทรัพย์ที่นักลงทุนมักซื้อเมื่อกังวลความเสี่ยง) ด้าน RBNZ (ธนาคารกลางนิวซีแลนด์) โดย Breman ให้ความเห็นระหว่างสัปดาห์โดยยังไม่ส่งสัญญาณเปลี่ยนนโยบายสำคัญ ขณะที่วันพฤหัสบดีมีตัวเลข GDP ไตรมาสแรกของจีน และข้อมูลการจ้างงานของออสเตรเลีย
กราฟ 15 นาที NZD/USD ยืนเหนือราคาเปิดของวัน (daily open) ที่ 0.5869 โดย Stochastic RSI (ตัวชี้วัดโมเมนตัมที่นำ RSI มาคำนวณแบบ Stochastic เพื่อให้ไวขึ้น ใช้ดูจังหวะซื้อมากไป/ขายมากไป) ฟื้นขึ้นสู่แถวระดับ 30 ต้นๆ ส่วนในกราฟรายวัน ราคายังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA: ค่าเฉลี่ยที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า) 200 วัน ที่ 0.5852 และ EMA 50 วัน ที่ 0.5847 ขณะที่ Stochastic RSI รายวันแกว่งใกล้ระดับ 70 (โซนใกล้ซื้อมากไป)
ย้อนกลับไปช่วงเดียวกันของปี 2025 คู่ NZD/USD เคลื่อนไหวติดแนวต้าน 0.5900 โดยข้อมูลสหรัฐที่อ่อนแอช่วยหนุนเงินกีวี (Kiwi: ชื่อเรียกเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์) แต่แรงส่งเริ่มหมดใกล้ “เพดาน” ดังกล่าว ซึ่งเป็นบททดสอบสำคัญของแรงซื้อ และท้ายที่สุดราคาเคยผ่านแนวดังกล่าวได้
ปัจจุบันสถานการณ์ต่างออกไป โดยราคาซื้อขายสูงขึ้นมากบริเวณ 0.6150 ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ยังคงท่าที “เข้มงวด” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ มักคงหรือขึ้นดอกเบี้ย) โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (official cash rate: ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางการเงิน) ที่ 5.50% เพราะเงินเฟ้อยังน่ากังวลเหนือกรอบเป้าหมาย ตรงข้ามกับธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่เริ่มผ่อนคลายนโยบายอย่างระมัดระวังในปีนี้
อย่างไรก็ดี เริ่มมีแรงกดดันที่นักลงทุนควรติดตามใกล้ชิดในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ล่าสุดของจีนออกมาที่ 4.8% ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย เพิ่มความกังวลต่ออุปสงค์จากคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ อีกทั้งการประมูล Global Dairy Trade ล่าสุด ราคาปรับลง 1.5% ซึ่งอาจกดดันมุมมองต่อเงินกีวีหากแนวโน้มยังดำเนินต่อ
Options Positioning And Key Levels
ภายใต้สภาพแวดล้อมนี้ กลยุทธ์เชิงบวกแต่ระวังความเสี่ยงผ่าน “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิ์ซื้อหรือขายในราคาที่กำหนด ภายในเวลาที่กำหนด) อาจเหมาะสม โดยอาจพิจารณา “Bull call spread” (การซื้อสิทธิ์ซื้อ (call) ที่ราคาใช้สิทธิ์ต่ำกว่า และขายสิทธิ์ซื้ออีกตัวที่ราคาใช้สิทธิ์สูงกว่า เพื่อลดต้นทุน) ซึ่งช่วยทำกำไรได้หาก NZD/USD ไต่ขึ้นต่อแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่จำกัดทั้งกำไรและขาดทุน เพื่อลดความเสี่ยงจากการกลับตัวแรง
สำหรับผู้ที่กังวลข้อมูลจีนอ่อนแอ การซื้อ “put option” (สิทธิ์ขาย: ได้ประโยชน์เมื่อราคาลง) อาจใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดผลกระทบจากความผันผวน) หรือเก็งกำไรขาลงโดยตรง หากราคาหลุดแนวรับสำคัญ 0.6100 อาจเป็นสัญญาณว่าเริ่มเข้าสู่การปรับฐานลึกขึ้น และควรทบทวนการถือสถานะซื้อ (long positions: การถือเพื่อหวังว่าราคาจะขึ้น)