สหรัฐจัดประมูลตั๋วเงินคลัง (Treasury bills) อายุ 52 สัปดาห์
อัตราผลตอบแทนสูงสุด (high rate) ในการประมูลปรับขึ้นเป็น 3.56% จาก 3.485% ก่อนหน้า
การปรับขึ้นของผลตอบแทนประมูลตั๋วเงินคลังอายุ 52 สัปดาห์สะท้อนว่า ตลาดกำลัง “ประเมินราคา” (pricing in คือสะท้อนความคาดหวังไว้ในราคาแล้ว) ว่าเส้นทางดอกเบี้ยระยะสั้นในช่วง 1 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มสูงขึ้น มุมมองนี้เป็นผลโดยตรงจากความกังวลเงินเฟ้อที่ยังยืดเยื้อ โดยตลาดเรียกร้อง “ผลตอบแทนชดเชย” มากขึ้นเพื่อถือครองหนี้รัฐบาล เพราะคาดว่าเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) จะต้องคงท่าทีคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป (restrictive policy stance คือคงดอกเบี้ยสูง/การเงินตึงตัวเพื่อลดเงินเฟ้อ)
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดเดือนมีนาคม 2026 ที่ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI คือดัชนีวัดระดับราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ ใช้เป็นตัวชี้เงินเฟ้อ) ทรงตัวสูงกว่าคาดที่ 3.2% เมื่อเทียบรายปี ส่งผลให้ตลาดปรับคาดการณ์ดอกเบี้ยครั้งใหญ่ โดยเครื่องมือ CME FedWatch Tool (เครื่องมือที่ใช้ราคาฟิวเจอร์สสะท้อนความน่าจะเป็นของการขึ้น/ลงดอกเบี้ยในแต่ละการประชุม) ชี้โอกาสเกือบ 40% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม 2026 จากเพียง 10% เมื่อเดือนก่อน แนวโน้มนี้ทำให้โอกาสที่เฟดจะผ่อนคลายนโยบายเร็วๆ นี้ลดลง
เพื่อตอบรับ เราจัดพอร์ตเพื่อรับมือดอกเบี้ยที่สูงขึ้นด้วยการขายฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น โดยเฉพาะสัญญาที่อ้างอิง SOFR (SOFR คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงตลาดเงินสหรัฐแบบข้ามคืน ใช้แทน LIBOR) กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์หากอัตราดอกเบี้ยไม่ลดลงตามที่ตลาดเคยคาด นอกจากนี้ ผู้ลงทุนออปชันสามารถพิจารณาขาย “คอลสเปรด” (call spread คือขายออปชันซื้อหนึ่งสัญญาและซื้อออปชันซื้ออีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดความเสี่ยงและจำกัดขาดทุน) บนฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาล (Treasury note futures คือสัญญาล่วงหน้าอ้างอิงพันธบัตรรัฐบาล) เพื่อเดิมพันว่าอัตราผลตอบแทนจะทรงตัวสูงหรือปรับขึ้นต่อ โดยคุมความเสี่ยงได้
ภาวะแบบนี้มักกดดันตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเติบโตและหุ้นเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่อต้นทุนการกู้ยืม เราเคยเห็นตลาดปรับลงแรงในครึ่งหลังปี 2025 เมื่อความหวังการลดดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ถูกลดทอน ดังนั้น การซื้อพุตป้องกันความเสี่ยง (protective puts คือซื้อออปชันขายเพื่อจำกัดขาดทุนหากดัชนีปรับลง) บนดัชนี Nasdaq 100 (NDX คือดัชนีหุ้นเทคฯ และหุ้นขนาดใหญ่ในตลาด Nasdaq) จึงเป็นเครื่องมือเฮดจ์ที่เหมาะสมเพื่อรับความเสี่ยงตลาดปรับฐาน