This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

รอยเตอร์รายงานว่า เมแกน กรีน สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ระบุว่า กิจกรรมเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรอ่อนแอ ขณะที่แรงกดดันจากสงครามอิหร่านผลักเงินเฟ้อขึ้น

by VT Markets
/
Apr 14, 2026

เมแกน กรีน สมาชิกภายนอกของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Monetary Policy Committee: MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England: BoE) กล่าวว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรอ่อนแออยู่แล้วก่อนเกิดสงครามอิหร่าน ตามรายงานของรอยเตอร์เมื่อวันอังคาร โดยเธอยังระบุด้วยว่า ผลของสงครามมีแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ

เธอกล่าวว่า ยังไม่มั่นใจว่าผลกระทบจาก “ช็อกฝั่งอุปทาน” (negative supply shock: เหตุการณ์ที่ทำให้ต้นทุนและปริมาณสินค้า/พลังงานลดลง จนราคาสูงขึ้น) ได้จางหายไปหมดแล้ว เธอระบุว่า ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากสงครามมีความสำคัญ รวมถึงความเป็นไปได้ของ “ผลกระทบรอบสอง” (second-round effects: เมื่อต้นทุนที่สูงขึ้นลามไปสู่การเรียกร้องขึ้นค่าแรงและการตั้งราคาสินค้าทั่วระบบ)

กรีนกล่าวว่า กว่าจะมีหลักฐานชัดเจนของผลกระทบรอบสองยังต้องใช้เวลา และอาจกินเวลาหลายเดือน เธอระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถ “มองข้าม” ช็อกฝั่งอุปทานได้ (look through: ไม่ให้น้ำหนักต่อผลกระทบชั่วคราวในการตัดสินใจ) และการประเมินต้องละเอียดรอบคอบมากขึ้น

มุมมองโดยรวมคือ เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรอ่อนอยู่แล้ว และสงครามยิ่งเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ภาพนี้สะท้อนจากข้อมูลล่าสุด โดยการเติบโตไตรมาส 1 ทรงตัวที่ 0.0% ขณะที่เงินเฟ้อเดือนมีนาคมปรับขึ้นกลับมาอยู่ที่ 3.1% สูงกว่าที่คาด สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ธนาคารกลางอังกฤษเผชิญบริบทที่ตัดสินใจยาก และทำให้แผนลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ซับซ้อนขึ้น

ประเด็นนี้ชี้ว่า ตลาดที่เคยคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปี 2026 อาจมองโลกในแง่ดีเกินไป ความกังวลหลักอยู่ที่ผลกระทบรอบสอง ที่ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นส่งต่อไปยังการเรียกร้องค่าแรงและการตั้งราคาสินค้า เราเคยเห็นรูปแบบนี้ในวิกฤตพลังงานที่เริ่มในปี 2022 ซึ่งทำให้เงินเฟ้ออยู่สูงนานกว่าที่ประเมินไว้มาก

สำหรับนักค้าเงิน ภาพนี้บ่งชี้ว่าเงินปอนด์อาจผันผวนมากขึ้น ปกติธนาคารกลางที่ “เข้มงวด” (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยสูงเพื่อคุมเงินเฟ้อ) มักช่วยหนุนค่าเงิน แต่เศรษฐกิจที่ชะงักและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จะกดดันเงินปอนด์อย่างมาก ดังนั้น การซื้อ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต ไม่ใช่ภาระผูกพัน) ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง (large price swing) ในคู่เงินอย่าง GBP/USD อาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม

ดัชนีหุ้นสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะ FTSE 250 ที่พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศมาก เผชิญแรงเสียดทานจากแรงกดดันแบบ “เศรษฐกิจชะงักแต่เงินเฟ้อสูง” (stagflation: โตต่ำแต่ราคาสูง) ควรคาดว่า การเติบโตที่อ่อนแอและโอกาสที่ดอกเบี้ย “สูงนานกว่าที่คิด” (higher-for-longer: คงดอกเบี้ยระดับสูงนาน) จะกระทบกำไรบริษัท การวางพอร์ตเพื่อรับความเสี่ยงขาลง เช่น ใช้พุตออปชัน (put options: สิทธิขายเมื่อราคาตก) บนดัชนี อาจเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code