เงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเป็นวันที่ 7 ติดต่อกันในวันอังคาร คู่เงิน EUR/USD ขยับขึ้นเหนือ 1.1800 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามตะวันออกกลางเริ่มขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังมีรายงานชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน
หลายแหล่งข่าวรายงานว่าการติดต่อระหว่างอิหร่านและสหรัฐยังดำเนินต่อไป โดย Reuters ระบุว่าคณะผู้แทนสหรัฐและอิหร่านอาจกลับไปปากีสถานเพื่อกลับมาเจรจาสันติภาพ ซึ่งช่วยหนุน “ความต้องการรับความเสี่ยง” (risk appetite: ภาวะที่นักลงทุนกล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เช่น หุ้น หรือสกุลเงินที่ผันผวน)
โฟกัสย้ายไปที่ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ
ตลาดหันไปจับตาดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI: ดัชนีวัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า/บริการในระดับผู้ผลิตหรือหน้าโรงงาน ซึ่งมักเป็นสัญญาณนำของเงินเฟ้อ) ของสหรัฐประจำเดือนมีนาคม หลังสหรัฐเผยข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคเมื่อวันศุกร์ หาก PPI ออกมาตามคาด อาจเพิ่มแรงหนุนต่อมุมมองที่เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐที่กำหนดนโยบายดอกเบี้ย) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร รายงานเงินเฟ้อจากเยอรมนีและสเปนสะท้อนผลกระทบจากสงครามในอิหร่าน ขณะที่คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB: ธนาคารกลางของยูโรโซนที่กำหนดนโยบายการเงินของประเทศที่ใช้เงินยูโร) มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF: องค์กรการเงินระหว่างประเทศที่ติดตามและให้ความช่วยเหลือด้านเสถียรภาพการเงินโลก) ในวันอังคารนี้
ในเชิงเทคนิค กราฟ 4 ชั่วโมงของ MACD (Moving Average Convergence Divergence: เครื่องมือดูแนวโน้มและแรงส่งของราคา โดยดูการตัดกันของเส้นค่าเฉลี่ย) แสดงแท่งฮิสโตแกรมฝั่งบวกที่ขยายตัว ขณะที่ RSI (Relative Strength Index: ดัชนีวัดความแรงของการซื้อขาย ใช้ดูภาวะ “ซื้อมากเกินไป/ขายมากเกินไป”) ขยับเข้าสู่โซน “ซื้อมากเกินไป” (overbought: ราคาปรับขึ้นแรงจนเสี่ยงพักฐาน) แนวต้านอยู่ที่ 1.1825 ถัดไปบริเวณ 1.1930 ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1.1720-1.1730 ถัดไปที่ 1.1650 และ 1.1610
วันนี้ภาพรวมต่างไป
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเงินเฟ้อสหรัฐชะลอลงมาอยู่ที่ 2.8% ณ เดือนมีนาคม 2026 ขณะที่เฟดคงดอกเบี้ยนโยบาย (key rate: อัตราดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางต้นทุนเงินในระบบ) ไว้ที่ 5.75% ต่อเนื่อง 6 เดือน อัตราว่างงานสหรัฐขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 4.1% สะท้อนว่าเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวหลังช่วงคุมเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ยอย่างเข้มข้นในปีก่อน
เมื่อทั้งเฟดและ ECB ส่งสัญญาณ “พัก” นโยบายเป็นเวลานาน คาดว่า EUR/USD จะผันผวนน้อยลงและเคลื่อนไหวในกรอบ (range-bound: ราคาแกว่งขึ้นลงในช่วงจำกัด ไม่มีแนวโน้มชัด) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า