ตัวเลข CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค) ขั้นสุดท้ายของเดือนมีนาคมในยูโรโซนจะประกาศ ซึ่งอาจทำให้เห็นชัดขึ้นว่า “ช็อกพลังงาน” (ราคาพลังงานพุ่งแรงแบบฉับพลัน) ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์มุซกำลังส่งผ่านไปสู่อัตราเงินเฟ้อทั่วกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรอย่างไร ประเด็นสำคัญคือการที่ราคาพลังงานถูก “ส่งผ่าน” ไปยังมาตรวัดเงินเฟ้อที่กว้างขึ้นของยูโรโซนแค่ไหน
ในฮังการี หลังจากวิกเตอร์ ออร์บานพ่ายเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีคนใหม่ “มักยาร์” ระบุว่าอาจยุติการขวางสินเชื่อของสหภาพยุโรป (EU) มูลค่า 9 หมื่นล้านยูโรให้ยูเครน พร้อมย้ำการสนับสนุน NATO (องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ: พันธมิตรด้านความมั่นคงของชาติตะวันตก) แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะสนับสนุนยูเครนในระดับเดียวกัน
การส่งผ่านราคาพลังงานสู่เงินเฟ้อยูโรโซน
ในระดับ EU ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ผลักดันให้เปลี่ยนจากการใช้ “สิทธิยับยั้งระดับชาติ” (ประเทศสมาชิก 1 ประเทศสามารถคัดค้านจนมติไม่ผ่าน) ในด้านนโยบายต่างประเทศ ไปเป็น “การลงคะแนนเสียงข้างมากแบบมีคุณสมบัติ” (qualified majority voting: ต้องได้เสียงข้างมากตามเกณฑ์ทั้งจำนวนประเทศและสัดส่วนประชากร) ข้อเสนอนี้อ่อนไหวทางการเมือง และยังเป็นประเด็นถกเถียงแม้ในประเทศที่สนับสนุนการรวมกลุ่มของ EU มากขึ้น
เราจับตาตัวเลข CPI ขั้นสุดท้ายของยูโรโซนเดือนมีนาคมอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นชุดข้อมูลแรกที่สะท้อนช็อกจากพลังงานอย่างเต็มรูปแบบจากความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) โดยปลายเดือนมีนาคม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: ราคามาตรฐานอ้างอิงน้ำมันดิบในตลาดโลก) พุ่งเกิน 115 ดอลลาร์/บาร์เรล ทำให้ประมาณการเบื้องต้นชี้ว่าเงินเฟ้อ “Headline” (เงินเฟ้อรวมทุกหมวด รวมอาหารและพลังงาน) อาจโดดขึ้นมากกว่า 3.1% ที่เห็นในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และทำให้ตลาดผันผวน ผู้ลงทุนควรระวังความเสี่ยง “ตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด” เพราะหากสูงกว่าคาด อาจกดดันให้ ECB (ธนาคารกลางยุโรป) ต้องปรับท่าทีด้านดอกเบี้ย
การเปลี่ยนแปลงการเมืองในฮังการีล่าสุดลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่อิงเงินยูโร ความเป็นไปได้ที่วงเงินกู้ยูเครน 9 หมื่นล้านยูโรจะเดินหน้าต่อ สะท้อนความเป็นเอกภาพทางการเมืองของ EU ที่ดีขึ้น และลด “ความเสี่ยงปลายหาง” (tail risk: ความเสี่ยงเหตุการณ์โอกาสต่ำแต่กระทบหนัก) ที่เคยกดดันเงินยูโร หากดูการเคลื่อนไหวของเงินยูโร พบว่าในช่วงปลายปี 2025 ยูโรพยายามผ่าน “แนวต้าน” (resistance: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้) สำคัญได้ยาก เพราะการยับยั้งของฮังการีเป็นความเสี่ยงต่อเนื่อง
ระยะยาว แรงผลักดันสู่การลงคะแนนเสียงข้างมากแบบมีคุณสมบัติในนโยบายต่างประเทศถือเป็นผลดีเชิงโครงสร้าง ซึ่งผู้ลงทุนในตราสารอนุพันธ์ควรติดตาม ตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) แนวทางนี้มีเป้าหมายลดปัญหาประเทศเดียวทำให้ “ค้างคา” (gridlock: ระบบตัดสินใจเดินต่อไม่ได้) จนตลาดไม่มั่นใจเรื่องแพ็กเกจช่วยเหลือและมาตรการคว่ำบาตรในอดีต แม้ความคืบหน้าจะช้า แต่ทุกก้าวที่เดินหน้าจะช่วยลด “ส่วนชดเชยความเสี่ยงทางการเมือง” (political risk premium: ส่วนเพิ่มในราคาหรือผลตอบแทนที่ตลาดเรียกเพื่อชดเชยความเสี่ยง) ที่ฝังอยู่ในออปชันยูโรอายุยาว (long-dated Euro options: สัญญาออปชันเงินยูโรที่มีอายุคงเหลือนาน)
นัยต่ออัตราดอกเบี้ยยูโรและตลาด FX
เมื่อย้อนกลับไปปี 2025 เรื่องเล่าหลักของตลาดส่วนใหญ่ถูกครอบด้วยความขัดแย้งทางการเมืองใน EU และผลกระทบที่ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นลดลง มาถึงเดือนเมษายน 2026 ภาพเริ่มต่างออกไป การคลี่คลายทางตันทางการเมืองอาจช่วยพยุงค่าเงินยูโร อย่างไรก็ดี สิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับช็อกเงินเฟ้อรอบใหม่จากพลังงานที่ชวนให้นึกถึงวิกฤตปี 2022 และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวทางนโยบายการเงิน