ผู้เจรจาจากสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาเจรจาที่อิสลามาบัดในสัปดาห์นี้ หลังการหารือรอบแรกช่วงสุดสัปดาห์ยังไม่เกิดความคืบหน้า ตามรายงานของรอยเตอร์ส
เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านระบุว่า ยังไม่ได้กำหนดวันแน่ชัด และคณะผู้แทนยังกันช่วงวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ไว้
การเจรจากระทบตลาดน้ำมันทันที
ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวลงหลังมีข่าว โดยลดลงมาใกล้ระดับ 91.50
โอกาสที่จะมีการเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในสุดสัปดาห์นี้เพิ่ม “ความไม่แน่นอน” ให้ตลาดน้ำมัน โดยสะท้อนในราคาอย่างรวดเร็วเมื่อสัญญาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐฯ) ร่วงลงใกล้ 91.50 ดอลลาร์ ข่าวนี้สะท้อนว่าผู้เล่นตลาดกำลังเตรียมรับความเป็นไปได้ที่ “น้ำมันอิหร่าน” อาจกลับเข้าสู่ตลาดโลก ซึ่งจะช่วยลดความตึงตัวของอุปทาน (ภาวะน้ำมันในตลาดมีไม่พอ)
สำหรับตลาดอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อย่างน้ำมัน เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าและออปชัน) นี่เป็นสัญญาณให้จับตา “ความผันผวน” (volatility: การแกว่งตัวแรงของราคา) โดยดัชนีความผันผวนน้ำมันดิบของ CBOE หรือ OVX (CBOE Crude Oil Volatility Index: ตัวชี้วัดความผันผวนที่ตลาดคาดจากออปชันน้ำมัน WTI) ปรับขึ้นเหนือ 42 ในสัปดาห์นี้ สูงสุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ความกังวลอุปทานเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้กลยุทธ์อย่าง “ซื้อสแตรดเดิล” (buying straddles: ซื้อออปชัน Call และ Put ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังทำกำไรจากการขึ้นหรือลงแรง ไม่ทายทิศทาง) บนออปชัน WTI น่าสนใจ เพราะทำกำไรได้หากราคารุนแรงไม่ว่าผลเจรจาจะออกมาอย่างไร
วางสถานะรับทั้งสำเร็จหรือพัง
หากการเจรจามีความคืบหน้า อาจเห็นราคาไหลลงเร็วสู่แนวรับ 85 ดอลลาร์ (support level: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุง) ซึ่งเคยทดสอบล่าสุดในเดือนมกราคม 2026 รายงาน EIA สัปดาห์ก่อน (EIA: สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ) ที่ระบุสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นสวนทางคาด 2.1 ล้านบาร์เรล (surprise build: สต็อกเพิ่มมากกว่าที่ตลาดคาด) ยิ่งหนุนภาพเชิงลบต่อราคา (bearish: มุมมองว่าราคามีโอกาสลง) ดังนั้นผู้ซื้อขายอาจพิจารณาถือสถานะ “ลองพุต” (long put: ซื้อออปชันขาย เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาลดลง)
ในทางกลับกัน หากการเจรจาล้มเหลวอย่างชัดเจน อาจผลัก WTI กลับไปใกล้ 100 ดอลลาร์เหมือนที่เคยเห็นช่วงต้นปีนี้ เหตุการณ์ช็อกด้านอุปทาน (supply shocks: เหตุการณ์ที่ทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดลดลงฉับพลัน) ในปี 2022 และปลายปี 2025 ชี้ว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk: ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ) สามารถเติม “พรีเมียม” ให้ราคาน้ำมันได้เร็ว (premium: ราคาส่วนเพิ่มที่จ่ายเพราะความเสี่ยง) กรณีนี้ “คอลออปชัน” (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคากำหนด เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) จะเป็นเครื่องมือหลักในการเก็บโอกาสขาขึ้น