
ประเด็นสำคัญ
- USD/JPY ลดลงใกล้ 159.00 เพราะความกังวลเรื่องอิหร่านลดลง และมุมมองว่าเฟดอาจไม่เข้มงวดมาก (แนวคิด “สายผ่อนคลาย” คือโน้มเอียงไปทางลดดอกเบี้ยหรือขึ้นดอกเบี้ยน้อยลง) ทำให้ดอลลาร์มีแรงซื้อแบบ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (เงินที่คนซื้อเมื่อกลัวความเสี่ยง) ลดลง
- ความเสี่ยงด้านพลังงานจากช่องแคบฮอร์มุซจำกัดโอกาสที่เยนจะแข็ง แม้ดอลลาร์จะอ่อน
- ปัจจัยพื้นฐานยังปนกัน ทำให้ USD/JPY แกว่งในกรอบ โดยข่าวการเมืองระหว่างประเทศและข้อมูลเงินเฟ้อมีผลต่อทิศทางถัดไป
USD/JPY ยังคงอ่อนต่อจากการย่อลงเมื่อวันจันทร์จากแถว 159.85 โดยเช้าวันอังคารตลาดเอเชียไหลลงใกล้ 159.00 แต่การลงยังไม่ลึก เพราะปัจจัยหนุนและกดดันยังสลับกัน
แม้การคุยสหรัฐ–อิหร่านช่วงสุดสัปดาห์ยังไม่คืบหน้า ตลาดยังหวังว่าจะเจรจาต่อได้ รองประธานาธิบดีสหรัฐ JD Vance ระบุว่ามีความคืบหน้าพอสมควร แม้ยังไม่ตกลงกันได้ ความหวังนี้ทำให้คนต้องการดอลลาร์ในฐานะ “ที่หลบภัย” ลดลง และกดดัน USD/JPY
ดอลลาร์ถูกกดดันจากทิศทางเฟดที่ยังไม่ชัด
ความไม่แน่นอนของเงินเฟ้อสหรัฐ และเส้นทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กดดันดอลลาร์ จนลงไปใกล้ระดับอ่อนสุดตั้งแต่ต้นมีนาคม
ข้อมูลวันศุกร์ชี้ว่าเงินเฟ้อเร่งขึ้นเร็วสุดในราวเกือบ 4 ปี ทำให้กังวลว่าแรงกดดันด้านราคา “เหนียว” (หมายถึงเงินเฟ้อไม่ยอมลดง่าย) และอาจทำให้เฟดต้องคงดอกเบี้ยสูงหรือคุมเข้มต่อไปนานกว่าที่คิด
ทำให้ตลาดประเมินใหม่ว่าอาจมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มในช่วงปลายปี อย่างไรก็ดี ความเห็นยังแบ่งเป็นสองฝั่ง เพราะบางส่วนยังให้น้ำหนักกับโอกาส “ลดดอกเบี้ย” โดยมองว่าความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศที่ลดลงอาจช่วยลดความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะต่อไป
เยนถูกจำกัดจากความเสี่ยงพลังงานและความกังวลการแทรกแซง
เงินเยนอาจดึงแรงซื้อให้ต่อเนื่องได้ยาก เพราะความกังวลเศรษฐกิจที่โยงกับพลังงานเพิ่มขึ้น จากความไม่มั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่ามีการปิดล้อมทางเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์นี้ ทำให้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น และเตือนว่าอาจมีปฏิบัติการต่อเรืออิหร่านในพื้นที่
ด้านอิหร่านขู่กว้าง ๆ ต่อเส้นทางเดินเรือและท่าเรือต่าง ๆ ในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน ยิ่งเพิ่มความกลัวว่าพลังงานโลกจะสะดุด
ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมาก หากหยุดชะงักนานหรือราคาพลังงานพุ่ง จะกระทบ “ดุลการค้า” (ต่างระหว่างส่งออกกับนำเข้า) และมุมมองเศรษฐกิจชัดเจน ทำให้คนไม่กล้าเดิมพันว่าเยนจะแข็งแรง เพราะต้นทุนนำเข้าเพิ่มและกังวลการเติบโตมักกดค่าเงิน
ปัจจัยนี้ช่วยพยุงไม่ให้ USD/JPY ลงแรง แม้ดอลลาร์จะอ่อนโดยรวม แต่ก็มีแรงคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่าทางการญี่ปุ่นอาจ “แทรกแซงค่าเงิน” (รัฐบาลเข้าไปซื้อ/ขายเงินเยนเพื่อดันค่าเงิน) หากเยนอ่อนเกินไป ซึ่งเป็นตัวจำกัดไม่ให้คู่เงินขึ้นต่อแรง ทำให้ภาพรวมยังแกว่งในกรอบ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค USDJPY
ตอนนี้ USDJPY ซื้อขายใกล้แนวต้านสำคัญแถว 160.000 และจากกราฟ USDJPY แกว่งในกรอบ 157.000 ถึง 160.000 ยังไม่ชัดว่าจะขึ้นต่อเป็นรอบใหม่ หรือจะย่อลงมากจากการที่รัฐบาลญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซง
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (moving averages: ค่าเฉลี่ยของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อดูแนวโน้ม) ค่อนข้างแบน แปลว่าแรงขึ้น (ขาขึ้น) และแรงลง (ขาลง) ยังไม่เด่น หากต้องการเห็นแนวโน้มชัด ควรเห็นเส้นค่าเฉลี่ยเรียงทิศทางเดียวกันและมีช่องห่างกันชัด เพื่อมั่นใจว่าราคามีโอกาสไปทางนั้น
ฮิสโตแกรมของ MACD (ตัวชี้วัดแนวโน้ม/แรงโมเมนตัมจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) เริ่มหันไปทางลบ และเส้นสัญญาณใกล้จะลงต่ำกว่าระดับศูนย์ บ่งชี้ว่าฝั่งขายเริ่มเข้าตลาดและพยายามกดราคา อย่างไรก็ดี ด้านล่างยังมีแนวรับแข็งแรงหลายระดับ

ระดับสำคัญที่ควรจับตา:
- แนวรับ: 158.336
- แนวต้าน: 159.805
สิ่งที่ต้องติดตาม
ต่อจากนี้ USD/JPY น่าจะไวต่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและข่าวการเมืองระหว่างประเทศ ผู้เทรดควรจับตาข้อมูลเงินเฟ้อที่จะประกาศ และสัญญาณจากเฟด เพราะถ้านโยบายชัดขึ้น อาจเป็นตัวขับเคลื่อนรอบถัดไปของดอลลาร์
ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าในช่องแคบฮอร์มุซและราคาพลังงานเป็นกุญแจต่อความรู้สึกของตลาดต่อเงินเยน โดยเฉพาะเมื่อญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้า หากตึงเครียดเพิ่มอาจจำกัดการแข็งค่าของเยน แต่ถ้าคลี่คลาย เยนอาจฟื้น
อีกด้าน ตลาดจะเฝ้าดูสัญญาณการแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่น โดยเฉพาะถ้า USD/JPY กลับขึ้นไปใกล้จุดสูงล่าสุดอีกครั้ง
สรุปตลาด
USD/JPY ยังเหมือนถูกดึงคนละทาง ระหว่างความรู้สึกต่อดอลลาร์ที่อ่อนลง กับเยนที่ยังมีจุดอ่อน แม้แรงซื้อดอลลาร์แบบสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงและทิศทางเฟดยังไม่ชัดจะกดคู่เงินลง แต่ความเสี่ยงพลังงานและการพึ่งพานำเข้าของญี่ปุ่นยังจำกัดการแข็งของเยน
คำถามจากเทรดเดอร์
1) ทำไม USD/JPY ถึงร่วงวันนี้?
USD/JPY ย่อลงต่อใกล้ 159.00 จากแรงต้องการดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่ลดลง และสัญญาณนโยบายเฟดที่ยังไม่ชัด แม้การคุยสหรัฐ–อิหร่านยังไม่ตกลงกันได้ แต่คำพูดเชิงบวกของรองประธานาธิบดี JD Vance ช่วยลดความกลัวระยะสั้น ทำให้แรงซื้อดอลลาร์เพื่อความปลอดภัย (safety bid: การซื้อเงินดอลลาร์เพราะต้องการหลบความเสี่ยง) ลดลง
2) เงินเฟ้อสหรัฐกระทบดอลลาร์ (USD) อย่างไร?
ดอลลาร์อ่อนสุดตั้งแต่ต้นมีนาคม ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเงินเฟ้อเร่งขึ้นเร็วสุดในราวเกือบ 4 ปี ทำให้มุมมองออกมาสองทาง:
- มุมมองสายเข้มงวด (Hawkish): เงินเฟ้อที่ลดช้าทำให้เฟดอาจต้องคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น
- มุมมองสายผ่อนคลาย (Dovish): หากความตึงเครียดการเมืองโลกผ่อนลง เงินเฟ้อจากพลังงานอาจลดลง ทำให้บางคนยังเดิมพันว่ามีโอกาสลดดอกเบี้ยปลายปี
3) ช่องแคบฮอร์มุซมีผลต่อเงินเยนอย่างไร?
เยนอ่อนแรง เพราะญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมาก เมื่อมีข่าวปิดล้อมทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซและการข่มขู่ต่อเส้นทางเดินเรือ ความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานเพิ่มขึ้น ราคาพลังงานที่สูงมักทำร้ายเยน เพราะทำให้ดุลการค้าแย่ลง จึงดึงดูดผู้ซื้อได้น้อย แม้ดอลลาร์จะอ่อน
4) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) หรือทางการญี่ปุ่นจะแทรกแซงไหม?
ตลาดเริ่มคาดว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้ามาช่วยพยุงเยนถ้าอ่อนเร็วเกินไป ความกลัว “แทรกแซงโดยตรง” (รัฐบาลเข้าไปซื้อเยนเพื่อดันค่าเงินในตลาด) ทำให้ USD/JPY ขึ้นได้จำกัด และยากจะผ่านโซนแนวต้านแถว 159.85 ได้ไกล
5) ระดับเทคนิคสำคัญของ USD/JPY คืออะไร?
แนวต้าน: จุดสูงล่าสุดใกล้ 159.85 ยังเป็นด่านหลักของฝั่งซื้อ
แนวรับ: ตลาดจับตา 159.00 ซึ่งเป็น “ระดับจิตวิทยา” (ตัวเลขกลมที่คนให้ความสำคัญ) หากหลุดและยืนต่ำกว่าต่อเนื่อง อาจเปิดทางให้ย่อลึกไปหาแนวต่ำช่วงมีนาคม
6) ท่าทีของรัฐบาลทรัมป์มีผลต่อคู่นี้อย่างไร?
การยืนยันกิจกรรมทางเรือในอ่าวเปอร์เซียทำให้ความตึงเครียดเพิ่ม ซึ่งโดยปกติช่วยหนุนดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เมื่อมีเรื่องการทูปควบคู่กัน ทำให้ความรู้สึกตลาดตีกัน ส่งผลให้คู่เงินผันผวนและแกว่งในกรอบ
7) ตอนนี้ USD/JPY ควร “ซื้อ” หรือ “ขาย”?
ตอนนี้ปัจจัยพื้นฐานยังปนกัน คู่เงินถูกหนีบระหว่างดอลลาร์ที่อ่อนลงกับเยนที่ถูกกดจากความเสี่ยงพลังงาน นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าราคาแกว่งในกรอบ หมายถึงตลาดรอสัญญาณชัดจากเฟด หรือการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets