นักกลยุทธ์ของ TD Securities ระบุว่า ความคืบหน้าในอิหร่าน รายงานเงินเฟ้อ และข้อมูลกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จะเป็นปัจจัยชี้นำการคาดการณ์นโยบายเฟดและแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ

by VT Markets
/
Apr 13, 2026

นักกลยุทธ์ของ TD Securities ได้แก่ ออสการ์ มูโนซ (Oscar Munoz) และเอลี เนียร์ (Eli Nir) เชื่อมโยงภาวะเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐ (ภาพรวมเศรษฐกิจ เช่น เงินเฟ้อ การเติบโต และการจ้างงาน) และความคาดหวังต่อนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐที่กำหนดทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย) เข้ากับพัฒนาการในอิหร่าน ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด และข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศออกมา พวกเขามองว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบเศรษฐกิจและตลาด) จะเพิ่มความเสี่ยง “สแต็กเฟลชัน” (stagflation: เศรษฐกิจโตช้าแต่เงินเฟ้อสูง) และทำให้การดำเนินนโยบายยังคง “ตึงตัว” (restrictive: ดอกเบี้ยสูงเพื่อกดเงินเฟ้อ)

พวกเขาคาดว่าเฟดจะ “คงดอกเบี้ย” (stay on hold: ไม่ขึ้นและไม่ลดดอกเบี้ย) ไปจนถึงเดือนกันยายน 2026 ระหว่างประเมินสถานการณ์ในอิหร่านและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยคาดว่าความคืบหน้าของเงินเฟ้อ (อัตราเงินเฟ้อชะลอลง) จะกลับมาดีขึ้นภายในช่วงนั้น เปิดทางให้ค่อย ๆ ขยับไปสู่ระดับดอกเบี้ยที่ “เป็นกลาง” มากขึ้น (neutral: ระดับดอกเบี้ยที่ไม่เร่งและไม่ฉุดเศรษฐกิจ)

ราคาน้ำมันสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงสแต็กเฟลชัน

พวกเขาคาดว่าในปี 2026 จะลดดอกเบี้ยรวม 50 bps (basis points: จุดฐาน; 1 bps = 0.01% ดังนั้น 50 bps = 0.50%) แบ่งเป็นเดือนกันยายนและธันวาคม และคาดว่าจะลดเพิ่มอีก 25 bps ในเดือนมีนาคม 2027 ทำให้อัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์ (Fed funds rate: ดอกเบี้ยนโยบายหลักของสหรัฐ) อยู่ที่ 3.00%

บทความระบุว่าใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence/AI: โปรแกรมที่ช่วยสร้างเนื้อหาอัตโนมัติ) และมีบรรณาธิการตรวจทาน พร้อมระบุว่าการตัดสินใจในอนาคตจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่ประกาศออกมา

จากความตึงเครียดล่าสุดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) และตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมีนาคม (CPI: Consumer Price Index ใช้วัดเงินเฟ้อ) ที่ออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year-over-year: เทียบปีต่อปี) มุมมองคือเฟดจะยังไม่เร่งเปลี่ยนนโยบาย และมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยไปจนถึงการประชุมเดือนกันยายน โดยรอดูผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เส้นทางนโยบายจะขึ้นอยู่กับข้อมูลใหม่เป็นหลัก

สำหรับผู้ซื้อขายอัตราดอกเบี้ย (interest rate traders: ผู้ลงทุนที่ทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ย) มุมมองนี้หมายความว่าตลาดอาจ “คาดลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป” สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดอกเบี้ยเฟด (Fed funds futures: สัญญาที่สะท้อนความคาดหวังดอกเบี้ยในอนาคต) ขณะนี้สะท้อนโอกาสเกือบ 40% ที่จะลดดอกเบี้ยภายในเดือนกรกฎาคม ซึ่งมองว่าเป็นการคาดหวังที่สูงเกินไปในสภาวะนี้ ดังนั้น กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการ “คงดอกเบี้ยแบบเข้ม” (hawkish hold: คงดอกเบี้ยและส่งสัญญาณเข้มงวดเพื่อสกัดเงินเฟ้อ) เช่น ขายสัญญา SOFR ระยะใกล้ (SOFR futures: สัญญาที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น SOFR ของสหรัฐ) หรือซื้อพุตออปชัน (puts: สัญญาออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงลดลง) อาจเหมาะสม

วางพอร์ตรับความผันผวน และเน้นกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์รวมกับเงินเฟ้อที่ “ลงยาก” (sticky inflation: เงินเฟ้อปรับลดช้า) ชี้ว่าความผันผวนของตลาด (market volatility: การแกว่งตัวแรงของราคา) มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยดัชนี VIX (VIX index: ดัชนีความกลัวของตลาดหุ้นสหรัฐ วัดความผันผวนที่คาดจากออปชัน) ขยับกลับเข้าใกล้ระดับ 19 จึงควรพิจารณาถือเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวน การซื้อคอลออปชัน (call options: สัญญาที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงเพิ่มขึ้น) บน VIX หรือ ETF ที่เกี่ยวข้อง (ETF: กองทุนซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น) เป็นวิธีป้องกันพอร์ตจากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในช่วงถัดไป

แรงกดดันแบบสแต็กเฟลชันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันดิบอ้างอิงสหรัฐ) ยืนเหนือ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่ควรถูกมองข้าม เชื่อว่าพรีเมียมความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk premium: ส่วนเพิ่มของราคาที่สะท้อนความเสี่ยงสงคราม/ความขัดแย้ง) มีแนวโน้มอยู่ต่อ ทำให้การถือสถานะเชิงบวกต่อพลังงานน่าสนใจ การใช้คอลสเปรด (call spreads: กลยุทธ์ออปชันซื้อคอลพร้อมขายคอลอีกระดับราคา เพื่อลดต้นทุนและจำกัดกรอบกำไร/ขาดทุน) บนฟิวเจอร์สน้ำมัน (oil futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมัน) หรือ ETF USO (กองทุนที่อ้างอิงราคาน้ำมันดิบ) ช่วยรับโอกาสขาขึ้นและจำกัดความเสี่ยงได้ชัดเจน

ย้อนดูที่ผ่านมา เฟดเคยส่งสัญญาณใช้แนวทางที่ “อดทน” มากขึ้นในช่วงปลายปี 2025 หลังเงินเฟ้ออยู่สูงกว่าที่คาด ตลาดเคยหวังว่าจะลดดอกเบี้ยหลายครั้งในครึ่งแรกของปี 2026 จากแนวโน้มเงินเฟ้อชะลอลง (disinflation: เงินเฟ้อเพิ่มช้าลง ไม่ได้แปลว่าราคาลดลง) แต่แนวโน้มดังกล่าวหยุดชะงักแล้ว ภาพนี้สนับสนุนมุมมองว่าเงื่อนไขที่เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยยากกว่ามากในตอนนี้

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code