ราคาทองคำในฟิลิปปินส์ปรับลดลงในวันจันทร์ จากข้อมูลที่ FXStreet รวบรวม ทองคำอยู่ที่ 9,169.20 เปโซฟิลิปปินส์ (PHP) ต่อกรัม ลดลงจาก 9,215.81 PHP ในวันศุกร์
ราคาทองคำต่อ “โตลา” (tola: หน่วยชั่งน้ำหนักที่ใช้ในเอเชียใต้ ใกล้เคียงราว 11.66 กรัม) ก็ลดลงมาอยู่ที่ 106,947.80 PHP จาก 107,491.40 PHP ในวันศุกร์ ราคาอื่น ๆ ได้แก่ 91,692.88 PHP สำหรับ 10 กรัม และ 285,193.90 PHP ต่อทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่า เท่ากับราว 31.1035 กรัม)
ภาพรวมราคาทองคำในฟิลิปปินส์
FXStreet แปลงราคาทองคำโลกเป็นเงินเปโซฟิลิปปินส์ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ/เปโซฟิลิปปินส์ (USD/PHP: จำนวนเปโซต่อ 1 ดอลลาร์) และหน่วยชั่งน้ำหนักที่ใช้ในท้องถิ่น ราคาอัปเดตทุกวันตามราคาตลาด ณ เวลาที่เผยแพร่ และราคาในพื้นที่อาจแตกต่างเล็กน้อย
ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด โดยในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดต่อปีนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติ
โดยทั่วไปทองคำมักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับดอลลาร์สหรัฐ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และมักเคลื่อนไหวสวนทางกับ “สินทรัพย์เสี่ยง” (risk assets: เช่น หุ้น) ราคาทองคำอาจได้รับผลจากเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical: ความตึงเครียดระหว่างประเทศ), ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย (recession), อัตราดอกเบี้ย และการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ เพราะทองคำซื้อขายกันในรูปดอลลาร์ โดยมักอ้างอิงคู่ XAU/USD (XAU: รหัสทองคำในตลาดโลก เทียบกับดอลลาร์)
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการซื้อขายทองคำ
ปัจจัยกดดันทองคำในตอนนี้คือดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า โดยดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: DXY ตัวชี้วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) ยังทรงตัวเหนือระดับ 105 ความแข็งแกร่งนี้เกิดหลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐเดือนมีนาคม 2026 ออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อย ทำให้ตลาดลดความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้จากธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ดอกผล” (non-yielding: ไม่มีดอกเบี้ยหรือปันผล) จึงมักเสียเปรียบเมื่อคาดว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ดี ยังมีแรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2025 โดยสภาทองคำโลกระบุล่าสุดว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อรวมมากกว่า 200 ตันในไตรมาส 1/2026 โดยกลุ่มประเทศเกิดใหม่เป็นผู้นำการซื้อ ความต้องการที่สม่ำเสมอนี้ช่วยพยุงราคา และสะท้อนว่าสถาบันขนาดใหญ่ยังมองว่าทองคำมีมูลค่าในระยะยาวในระดับราคาแถวนี้
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้ทองคำเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อความเสี่ยงสูง) ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออกยังทำให้นักลงทุนระวังตัว หากความขัดแย้งยกระดับ มักทำให้เงินไหลเข้าทรัพย์สินที่ปลอดภัย และหนุนราคาทองคำ แม้ดอลลาร์จะแข็งอยู่ก็ตาม
สำหรับผู้ซื้อขาย “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: สัญญาที่มูลค่าอ้างอิงกับราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน) ภาวะที่สัญญาณขัดแย้งกันอาจทำให้ราคาแกว่งแรง “ออปชัน” (options: สิทธิในการซื้อหรือขายในราคาที่กำหนด) สามารถใช้วางกลยุทธ์ “ลองสตราดเดิล” (long straddle: ซื้อออปชันซื้อและออปชันขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังกำไรจากการแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) เพื่อรับประโยชน์จากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่โดยไม่ต้องทายทิศทาง
ผู้ที่ซื้อขาย “ฟิวเจอร์ส” (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ตกลงราคาไว้) อาจมองความอ่อนแรงเป็นโอกาสสะสมสถานะซื้อ (long position: คาดว่าราคาจะขึ้น) แต่ต้องมีวินัยสูง เพราะดอลลาร์ยังแข็ง ควรใช้ “จุดตัดขาดทุน” (stop-loss: คำสั่งปิดสถานะเมื่อราคาวิ่งสวนทางเพื่อลดความเสียหาย) ที่กระชับเพื่อคุมความเสี่ยง หากหลุดแนวรับสำคัญล่าสุดอย่างชัดเจน อาจหมายถึงการปรับฐานลึกขึ้นก่อนที่ปัจจัยบวกระยะยาวจะกลับมาหนุนราคาอีกครั้ง